เนชั่นทีวี

ข่าว

ปัญหาโรงพยาบาลโจทย์ใหญ่รัฐบาลรับมือโควิด19

04 มี.ค. 2563 | Nattawut

ปัญหาโรงพยาบาลโจทย์ใหญ่รัฐบาลรับมือโควิด19

ยังคงมีการตั้งคำถามถึงความพยายามในการแก้ปัญหาของรัฐบาล ที่จะรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด 19 ขณะนี้ โดยเฉพาะกลุ่มโรงพยาบาล ที่เริ่มออกมาเคลื่อนไหว โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ป้องกันโรคขั้นพื้นฐาน ที่ทุกโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนต่างเจอปัญหาเดียวกัน

มาไล่เรียงโรงพยาบาลที่ประสบปัญหาในขณะนี้ ล่าสุด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ออกแถลงการณ์ โดยมีเนื้อหาใจความสรุปได้ว่า ด้วยโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ  มีหน้าที่ในการเตรียมความพร้อมรับการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในระยะที่ 3 ซึ่งจะมีผู้ป่วยเข้ามารับบริการจำนวนมาก ทั้งนี้ในการบริหารจัดการระดับประเทศพบว่า ไม่มีการบูรณาการอย่างชัดเจน โดยเฉพาะวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น หน้ากากอนามัยชนิด N95, หน้ากากอนามัย, ชุดป้องกันการติดเชื้อสำหรับบุคลากรทางการแพทย์, อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลในการดูแลผู้ป่วย ฯลฯ ที่ในปัจจุบันโรงพยาบาลไม่สามารถจัดหาอุปกรณ์ดังกล่าวได้ 

ปัญหาโรงพยาบาลโจทย์ใหญ่รัฐบาลรับมือโควิด19


อีกทั้งการสื่อสารในระดับประเทศ ทั้งในเรื่องข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลทางการแพทย์ ข้อมูลงานวิจัย หรือข้อมูลอื่นๆ ที่สำคัญเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน  จึงขอเรียกร้องนโยบายการดูแลบุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแลผู้ป่วยในกรณีที่ติดเชื้อและทุพพลภาพถาวรหรือเสียชีวิตเพิ่มเติมจากสภาวการณ์ปกติ 
ขณะที่ ฟากฝั่งของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ก็มีการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ โควิด19 เช่นเดียวกัน โดยได้ออกประกาศ เรื่องการให้บริการผู้ป่วยเพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์   ในประกาศ ได้มีการอ้างถึงที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติประกาศให้ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID19) เป็นโรคติดต่ออันตราย ลำดับที่ 14 ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ของไทยนั้น  
ดังนั้น เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ในการป้องกันและควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาด โรคติดเชื้อ COVID-19 และลดความคับคั่งของผู้ป่วยในโรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ จึงให้ดำเนินการ ดังนี้  1. งดบริการตรวจสุขภาพคนไทย ณ คลินิกตรวจสุขภาพ อาคาร ภปร ชั้น 16 แต่ยังคงให้บริการคลินิกอื่นๆ ตามปกติ  2. งดบริการตรวจสุขภาพของคนต่างชาติ ณ คลินิกตรวจสุขภาพ อาคาร ภปร ชั้น 16 และ 3. งดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่มีการชุมนุม หรือมีคนแออัดและคับคั่ง

และยังไม่นับรวมถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน 250 แห่ง ก่อนหน้านี้ โดยทาง นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กรณีโรงพยาบาลเอกชนประสบปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัยสำหรับใช้ในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ในขั้นวิกฤต ทั้งที่กระทรวงสาธารณสุขได้ให้โรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งเตรียมการรับสถานการณ์ที่อาจจะมีการระบาดในวงกว้างขึ้น ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนมีการรับคนไข้ที่มีความเสี่ยงมากกว่า 90% แต่ปัจจุบันโรงพยาบาลเอกชนประสบปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัยเข้าขั้นวิกฤต และโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งไม่มีหน้ากากอนามัยใช้แล้วปัญหาคือทางโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งไม่สามารถจัดซื้อจัดหาหน้ากากอนามัยได้ เพราะกรมการค้าภายในได้ประกาศให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุม ต้องเข้าระบบรอคิว มองว่าหากไม่มีหน้ากากอนามัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์และคนไข้ที่มีความเสี่ยงในการติดโรคในโรงพยาบาลเอกชน อาจจะเกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างและร้ายแรงมากขึ้น และจะไม่สามารถควบคุมการระบาดของโรคได้

ข่าวล่าสุด