๔. ความสำคัญของพรรคการเมืองในการปกครองระบอบประชาธิปไตย กับการใช้อำนาจยุบพรรคการเมืองของศาลรัฐธรรมนูญ
พรรคการเมืองในระบอบเสรีประชาธิปไตยมีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน ด้วยการนำเสนอนโยบายเพื่อให้ประชาชนที่เห็นด้วยเลือกพรรคการเมืองนั้น ๆ เข้าไปเป็นผู้แทนของตนในรัฐสภา เพื่อทำหน้าที่ในการผลักดันนโยบาย ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือการปฏิรูปประเทศไปในแนวทางที่ประชาชนแต่ละกลุ่มต้องการ ดังนั้น พรรคการเมืองจึงเป็นผู้แทนในการจัดการผลประโยชน์และความต้องการของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ และในกรณีประโยชน์และความต้องการของประชาชนกลุ่ม ต่าง ๆ ไม่สอดคล้องกันหรือขัดแย้งกัน รัฐในระบอบเสรีประชาธิปไตยจะต้องเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ได้แข่งขันกันอย่างเสรีและเป็นธรรมเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของตนผ่านหลักการปกครองโดยหลักเสียงข้างมากโดยเคารพเสียงข้างน้อย ดังนั้น การใช้อำนาจขององค์กรของรัฐจะต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อความเป็นอิสระ เสรีภาพ และการแข่งขันกันอย่างเสรีและเป็นธรรมของพรรคการเมืองทั้งหลาย การยุบพรรคการเมือง ซึ่งหมายถึง การทำลายองค์กรที่เป็นผู้ทำหน้าที่ก่อตั้งเจตจำนงทางการเมืองและเป็นผู้แทนผลประโยชน์ของประชาชนในสังคมการเมืองนั้นควรเกิดขึ้นได้เฉพาะกรณีที่ปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนโดยปราศจากข้อสงสัยว่าพรรคการเมืองได้กระทำการอันขัดต่อหลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญและ มีความร้ายแรงถึงขนาดสมควรที่จะต้องถูกยุบพรรค
คณาจารย์นิติศาสตร์มีข้อสังเกตประการสำคัญต่ออำนาจในการออกคำสั่งยุบพรรคการเมืองโดยศาลรัฐธรรมนูญว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในเรื่องการยุบพรรคการเมืองตามหลักการที่เกิดขึ้นในต่างประเทศนั้น เกิดจากแนวคิดในเรื่องการพิทักษ์รัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยจากภยันตรายอย่างร้ายแรงที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยไปสู่การปกครองในระบอบอำนาจเบ็ดเสร็จหรือเผด็จการ กลไกในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยโดยการยุบพรรคการเมืองนั้น จึงถูกใช้เฉพาะที่ได้ความอย่างชัดแจ้งและปราศจากข้อสงสัยว่าพรรคการเมืองหรือกลุ่มทางการเมืองกระทำการในลักษณะที่ต้องการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือล้มล้างรัฐธรรมนูญ ดังนั้น โดยหลักแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะต้องจำกัดอำนาจตนเองในการใช้อำนาจยุบพรรคการเมือง หากไม่มีข้อเท็จจริงที่ชัดแจ้งเช่นว่านั้น ทั้งนี้เพราะบรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายย่อมมีเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองซึ่งเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญด้วยเช่นเดียวกัน การวินิจฉัยยุบพรรคการเมืองจึงต้องชั่งน้ำหนักประโยชน์ทั้งสองด้านดังกล่าวให้ได้ดุลยภาพกัน กล่าวคือ ศาลรัฐธรรมนูญอาจยุบพรรคการเมืองได้เฉพาะกรณีที่พรรคการเมืองนั้นกระทำความผิดอย่างร้ายแรงจนถึงขนาดที่ไม่สามารถอ้างความคุ้มครองจากเรื่องเสรีภาพของพรรคการเมืองได้เท่านั้น การยุบพรรคการเมืองจึงต้องเป็นมาตรการสุดท้าย (ultima ratio) ของบรรดามาตรการอื่น ๆ เมื่อไม่มีมาตรการอื่นที่มีประสิทธิภาพและได้สัดส่วนแล้วเท่านั้น และในกรณีที่ไม่ได้ความชัดแจ้งว่าพรรคการเมืองใดกระทำการในลักษณะดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญพึงต้องจำกัดอำนาจตนเอง
คณาจารย์นิติศาสตร์ตระหนักดีว่านักกฎหมายทั้งหลายอาจมีวิธีการในการใช้และการตีความกฎหมายที่แตกต่างกันไปเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกันคือความยุติธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็เช่นเดียวกัน ย่อมมีดุลยพินิจในการเลือกใช้วิธีการใช้และตีความกฎหมายที่เห็นว่าถูกต้องและเป็นธรรมตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย แม้ว่าคณาจารย์นิติศาสตร์จะเคารพในแนวทางการตีความและการใช้ดุลยพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละท่าน แต่ตระหนักดีว่า นักวิชาการกฎหมายย่อมมีภาระหน้าที่ในการค้นหาแนวทางทางในการใช้และตีความกฎหมายที่เหมาะสมและเป็นธรรมที่สุด และนำเสนอแนวทางในการใช้และตีความดังกล่าวให้บรรดานักกฎหมายและสังคมได้ขบคิดพิจารณา เนื่องจากการใช้และการตีความกฎหมายที่เป็นธรรมเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนและเป็นการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐในสังคม คณาจารย์นิติศาสตร์เชื่อว่าปัญหาทางการเมืองไทยที่สั่งสมมาเป็นเวลายาวนานจะได้รับการแก้ไขเยียวยาด้วยการใช้การตีความกฎหมายอย่างถูกต้องและเป็นธรรม และระบอบประชาธิปไตยจะดำรงอยู่ได้หากนักกฎหมายทำหน้าที่โดยปราศจากอคติ และผู้คนในสังคมร่วมกันหาทางออกให้กับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลและความอดทนอดกลั้น
คณาจารย์นิติศาสตร์
๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
๑. รองศาสตราจารย์ ดร.มุนินทร์ พงศาปาน
๒. รองศาสตราจารย์ ดร.สุปรียา แก้วละเอียด
๓. รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์
๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รณกรณ์ บุญมี
๕. ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์
๖. รองศาสตราจารย์ ดร.ปกป้อง ศรีสนิท
๗. อาจารย์ดิศรณ์ ลิขิตวิทยาวุฒิ
๘. อาจารย์คงสัจจา สุวรรณเพ็ชร
๙. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพร โพธิ์พัฒนชัย
๑๐. รองศาสตราจารย์ ดร.นิรมัย พิศแข มั่นจิตร
๑๑. อาจารย์ ดร.อำนาจ ตั้งคีรีพิมาน
๑๒. อาจารย์เฉลิมวุฒิ ศรีพรหม
๑๓. อาจารย์กิตติภพ วังคำ
๑๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรศักดิ์ บุญเรือง
๑๕. อาจารย์มาติกา วินิจสร
๑๖. อาจารย์ภัทรพงษ์ แสงไกร
๑๗. รองศาสตราจารย์ ดร.สมเกียรติ วรปัญญาอนันต์
๑๘. ศาสตราจารย์ ดร.สุเมธ สิริคุณโชติ
๑๙. รองศาสตราจารย์ ดร.ภูมินทร์ บุตรอินทร์
๒๐. อาจารย์ยศสุดา หร่ายเจริญ
๒๑. ศาสตราจารย์ ดร.อุดม รัฐอมฤต
๒๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ตามพงษ์ ชอบอิสระ
๒๓. อาจารย์ ดร.ลลิล ก่อวุฒิกุลรังษี
๒๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรศุทธิ์ ขอพ่วงกลาง
๒๕. อาจารย์เอื้อการย์ โสภาคดิษฐพงษ์
๒๖. ศาสตราจารย์ ดร.สหธน รัตนไพจิตร
๒๗. อาจารย์กีระเกียรติ พระทัย
๒๘. อาจารย์ฉัตรดนัย สมานพันธ์
๒๙. อาจารย์ปทิตตา ไชยปาน
๓๐. อาจารย์ ดร.พนัญญา ลาภประเสริฐพร
๓๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอมผกา เตชะอภัยคุณ
๓๒. อาจารย์สุรศักดิ์ บุญญานุกูลกิจ
๓๓. อาจารย์ ดร.นัษฐิกา ศรีพงษ์กุล
๓๔. อาจารย์พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์
๓๕. อาจารย์สุประวีณ์ อาสนศักดิ์
๓๖. อาจารย์ปวีร์ เจนวีระนนท์
อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็ม