สำหรับการติดตามสภาพอากาศเพื่อวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก พบว่า จากผลการตรวจสภาพอากาศของสถานีเรดาร์ฝนหลวง ทั้ง 4 ภูมิภาค มีความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการเกิดเมฆ และความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆต่ำกว่า 60% รวมถึงค่าดัชนียกตัวของอากาศ ไม่เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง (มากกว่า -2.0) หน่วยปฏิบัติการ ฝนหลวงใน 4 ภูมิภาค จึงขอติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน โดยจะมีการรายงานของอาสาสมัครฝนหลวงในพื้นที่ประกอบการตัดสินใจเป็นระยะๆ หากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง จะวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทันที
ส่วนพื้นที่ภาคใต้ พบว่า จากผลการตรวจสภาพอากาศของสถานีเรดาร์พนม จ.สุราษฏร์ธานี และ สถานีเรดาร์ปะทิว จ.ชุมพร มีความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการเกิดเมฆ 32%(พนม) 56%(ปะทิว) และความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 23% (พนม) 11%(ปะทิว) ค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ 2.8(พนม) -1.2(ปะทิว) ความเร็วลมที่ระดับการเกิดเมฆ 47 กม./ชม.(พนม) 45 กม./ชม.(ปะทิว) หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.สุราษฏร์ธานี จึงช่วงชิงสภาพอากาศ ปฏิบัติการฝนหลวงภารกิจที่ 1 ขั้นตอนการโจมตีเมฆ ช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค บริเวณ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี และภารกิจที่2 ขั้นตอนก่อกวน พร้อมกับภารกิจที่3 ขั้นตอนเลี้ยงให้อ้วน ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบริเวณจ.สุราษฏร์ธานี และ จ.กระบี่
อย่างไรก็ตาม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ จะติดตามสภาพอากาศทุกวันอย่างต่อเนื่อง และจะเร่งปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในทุกพื้นที่ทันทีเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม ทั้งนี้ สามารถแจ้งการขอรับบริการฝนหลวงได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทุกภูมิภาคของประเทศ และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทางเว็บไซต์/เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร