วันศุกร์ชี้ชะตาพรรคอนาคตใหม่?
อ.จักษ์ : "เป็นศุกร์แห่งความสุข จะได้รู้ซะที การตัดสินในวันศุกร์จะเป็นต้นแบบในการตัดสินคดีแบบนี้ต่อไป"
สรุปพรรคการเมืองสามารถกู้เงินได้หรือไม่?
ดร.เสรี : "พี่ว่ามีความแตกต่างระหว่างกฎหมายบุคคลกับมหาชน เขาบอกว่าถ้าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับบุคคล เขาจะมีคำสั่งห้ามว่าไม่ให้ทำอะไรอะไรที่ไม่ห้ามเราทำได้ แต่ถ้าเป็นกฎหมายมหาชน เขาจะบอกว่าเราทำอะไรได้บ้าง และอะไรที่ไม่กำหนดว่าให้ทำได้ ถ้าเราทำจะผิด ฉะนั้นพรรคการเมืองเป็นหน่วยงานมหาชน เมื่อเขากำหนดว่ารายได้ของพรรคมีหนึ่งสองสามสี่ห้าหกเจ็ด ถ้าเกินนั้นแสดงว่าทำไม่ได้"
อ.จักษ์ : "เห็นมั้ยว่าข้าราชการที่เขาเป็นกฎหมายมหาชน เขาจะบอกว่าอันนี้ไม่ได้ กฎหมายกำหนด กฎหมายไม่ได้บอกให้เขาทำเขาจะทำไม่ได้เลย ในขณะที่กฎหมายเอกชน ให้ทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นที่กฎหมายสั่งห้าม เช่นบอกว่าอย่าเรียกดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี อย่างนี้เป็นต้น ทีนี้พรรคการเมืองเป็นกฎหมายมหาชน ไม่ใช่กฎหมายเอกชน ศัพท์ธุรกิจที่เขามาอ้างว่าบริษัททำได้ มันคนละเรื่องกันเลยนะ น่าเสียดายตรงที่คนอธิบายเป็นคนมีความรู้ซะด้วยสิ"
การที่พรรคการเมืองกู้เงิน พรรคการเมืองถือว่าเป็นนิติบุคคลหรือเปล่า?
ดร.เสรี : "เป็นนิติบุคคลแบบมหาชน เรื่องเขาเกี่ยวพันกับคนจำนวนมาก"
อ.จักษ์ : "พรรคการเมืองไม่ใช่บริษัทจำกัด เนื่องจากเขาไม่ได้ทำธุรกิจเพื่อกำไร เราเอากฎหมายเอกชนก็ผิดอยู่แล้วนะ ยิ่งมาพูดว่ากู้ยืมเงินได้ มันฟังไม่ขึ้น"
ตอนนี้มีการเคลื่อนไหวสองรูปแบบ ฝั่งนักบัญชีที่บอกว่ากู้ได้ กับฝั่งเจตนารมณ์กฎหมายบอกว่าไม่ได้ เอาแบบไหนเป็นหลัก?
ดร.เสรี : "เขาเป็นพรรคการเมือง ก็ต้องเอากฎหมายพรรคการเมือง จะไปเอากฎหมายแพ่งพาณิชย์ไม่ได้ เพราะเจตนารมณ์กฎหมายเขาไม่ต้องการให้มีนายทุนมาครอบงำ เมื่อเขาบอกว่าห้ามใช้เงินบริจาคมากกว่า 10 ล้าน แต่เลี่ยงไปเป็นเงินกู้ ถามว่าถ้าอย่างนี้เศรษฐีคนหนึ่งอยากให้พรรคการเมืองพรรคหนึ่งไปเป็นพวกเขา เอาเงินไปให้กู้ได้มั้ย แล้วไปดูกฎหมายต่อไปนะ เงินของพรรคการเมืองต้องเอามาใช้ในกิจกรรมพรรคการเมืองเท่านั้น เอามาใช้หนี้ ใช้ดอกเบี้ยไม่ได้ ต้องเป็นกิจกรรมด้านการเมือง สมมติถ้าวันนี้เขาจะระดมทุนด้วยการเลี้ยงโต๊ะจีน เงินตรงนี้ไม่น่าเอามาใช้หนี้ได้"
อ.จักษ์ : "ไม่ได้ การใช้หนี้ไม่ใช่กิจกรรมทางการเมือง ต้องถามว่าเขามีสิทธิ์ไปกู้มั้ย เขาไม่น่าจะทำได้ ปกติแล้วโดยปกติกฎหมายเขาตีความตามตัวบทกฎหมาย ถ้ายังไม่ชัดเจนก็ตีความตามเจตนารมณ์ ไม่เกี่ยวกับเอาเรื่องเอกชนมาอ้าง ส่วนคุณจะไประดมทุนเพื่อมาใช้ในกิจกรรมทางการเมืองทำได้ แต่เอามาใช้หนี้มันไม่น่าจะได้"
ดร.เสรี : "เพราะถ้าคุณได้เงินมาจากโต๊ะจีนแล้วเอามาใช้หนี้ก็ทำได้นะ เพราะไม่ใช่กิจกรรมการเมือง"
เป็นการปลุกกระแสทำลายความน่าเชื่อถือของตุลาการหรือเปล่าเพื่อให้รอด?
ดร.เสรี : "เขาพยายามต่อสู้เพื่อการตีความตรงนี้ไง เข้าใจนะว่าทำไมศาลไม่มีการไต่สวน เพราะว่าเวลานี้ในแง่ข้อเท็จจริงเขากู้เงินมั้ย เขากู้แน่ๆ เขาพูดเองด้วยนะ หัวหน้าพรรค โฆษกพรรคพูดเอง การรายงานทรัพย์สินไปก็ชัดเจน มันไม่ต้องมีอะไรไปซักอีกแล้วว่ากู้หรือไม่กู้"
ธุรกิจครอบงำพรรคการเมืองแบบนี้เข้าข่ายมั้ย เพราะหัวหน้าพรรคให้กู้เงิน?
ดร.เสรี : "ก็เนี่ยแหละที่เขาคิดกัน ว่าการที่เศรษฐีคนนึงเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เสร็จแล้วก็ใช้เงิน 191 ล้านเข้ามาตรงนี้เขาคงชี้เป็นชี้ตายได้ หลายที่ก็เห็นว่าเขาชี้ได้จริงๆ"
อ.จักษ์ : "มาประเด็นให้กู้ยืมเหมือนกัน ฝั่งกรรมการพรรคอนุญาตให้กู้ คนให้กู้พร้อมให้กู้ กรรมการเองก็อยากจะกู้ เวลาผิดมันก็ต้องผิดทั้งสองฝ่าย"