การเคหะแห่งชาติเดินตามกรอบแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปีพ.ศ.2560-2579 เพื่อสนองตอบนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม ช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐานต่างๆ ของรัฐได้เป็นอย่างดี โดยมีผลงานเด่นหลายโครงการที่สามารถตอบโจทย์ของรัฐบาลและขับเคลื่อนต่อเนื่อง
ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ ระบุ ภาพรวมตลาดกลุ่มที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย พบว่ามีปัญหาอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ไม่สอดคล้องกับราคาที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น ทำให้ในช่วงปีที่ผ่านผู้มีรายได้น้อยยื่นขออนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารพาณิชย์แต่ถูกปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 70% จากเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 30-40% โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 7 แสนบาทต่อยูนิต เนื่องมาจากผลกระทบมาตรการคุ้มเข้ม สินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ การเคหะฯ มีแนวทางเพิ่มยอดการเข้าถึงที่อยู่อาศัยกับการเคหะฯ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนจากกลุ่มประชาชนฐานราก โดยจัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่ง ครม.มีมติ เห็นชอบในหลักการให้การเคหะแห่งชาติจัดทำโครงการดังกล่าว วงเงิน 5,207 ล้านบาท มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง แต่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินในตลาดปกติได้ และไม่มีประวัติทางการเงินเสียหาย
สำหรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะในปี 2563 ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 20,000 หน่วย โดยเป็นโครงการพร้อมโอนประมาณ 6,700 ยูนิต และโครงการเริ่มสร้าง 4,300 ยูนิต เป็นโครงการเช่าประมาณ 10,000 ยูนิต
ส่วนโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม ระยะที่ 2-4 รวมทั้งสิ้น 6,212 หน่วย ในเบื้องต้น จะดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ ระยะที่ 2 จำนวน 1,247 หน่วย คาดว่าจะก่อสร้างภายในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากที่เลื่อนมากว่า 1 ปี เนื่องมาจากมีการปรับการประเมินการรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA
ทีมข่าวเศรษฐกิจ เนชั่นทีวี รายงาน