พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีมีข้าราชการทหารที่เกษียณฯ ไปแล้วแต่ยังอยู่ในบ้านพักทหาร เช่น กรณี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่ยังมีบ้านพักในศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย ว่า โดยหลักการทั่วไปไม่เฉพาะทหาร บ้านพักของทุกส่วนราชการเมื่อเกษียณก็ต้องส่งคืน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ก็คือ บางคนอาจไม่พร้อมและประสบความลำบาก ก็สามารถยืดหยุ่นได้ ไม่ใช่เฉพาะนายทหารชั้นผู้ใหญ่หรือระดับผู้บังคับบัญชา แต่ทหารชั้นผู้น้อยหรือชั้นประทวน พนักงานราชการ ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หากประสบอุบัติเหตุหรือเสียชีวิตแล้ว ยังไม่สามารถขยับขยาย ได้ก็จะมีการผ่อนผัน ยืดหยุ่นให้เช่นกัน
ผบ.ทสส. กล่าวถึงเหตุผลที่พล.ท.พงศกรอยู่บ้านหลวงได้นานว่า ในที่สุดท่านก็ไปเมื่อถามว่าต้องเกิดเรื่องก่อน จึงย้ายออกใช่หรือไม่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดหัวเราะ ไม่ตอบคำถามนี้
พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวถึงการพิจารณาการให้ทหารชั้นผู้น้อยที่ยังลำบาก พักบ้านทหารต่อว่า ต้องเข้าใจก่อนว่าความเป็นมาตรฐานมีอยู่ เมื่อเกษียณราชการแล้วต้องออกจากบ้านพัก แต่ความยืดหยุ่นพิจารณาได้เป็นกรณีไป ทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่อาจชี้ได้ว่าเหตุผลใดให้อยู่ เหตุผลใดให้ออก ขึ้นอยู่กับผู้บัญชาการเหล่าทัพ หรือเจ้ากรมที่รับผิดชอบเรื่องการให้อยู่อาศัย จะเป็นผู้พิจารณา แต่ถ้าเป็นกรณีซับซ้อนก็อาจนำเรียนผู้บังคับบัญชาเพื่อขออนุญาตเท่านั้นเอง
ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยอมรับว่าก็มีจำนวนยืดหยุ่นพอสมควร ส่วนใหญ่เป็นระดับผู้ใต้บังคับบัญชาการ สำหรับการมีบ้านพักอาศัยคือสวัสดิการอย่างหนึ่ง และเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา แม้จะอยู่ในราชการหรือพ้นราชการแล้ว แต่ถ้าไม่สุดวิสัยจริงๆไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้ออกจริงๆ หรือความต้องการไม่มีมากพอจริงๆ ก็พร้อมยึฝืดหยุ่นให้ เพื่อให้ได้รับความกระทบกระเทือนน้อยที่สุด อีกทั้งเมืองไทย ประเทศไทย ก็อยู่ด้วยความเมตตา พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวถึงกรณีการจองสิทธิ์ของทหาร แต่ปล่อยเช่าบ้านพักต่อว่าอันนี้คนละประเด็นกัน