นางสาววัลภา กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยบ้านพักเด็กและคนชรา ได้มาเยียวยาสภาพจิตใจและครอบครับของด.ญ.เอ ซึ่งขณะนี้เด็กยังไม่พร้อม โดยต้องระมัดระวังเพราะในกลุ่มเพื่อนของน้องที่โรงเรียนก็ไม่เชื่อว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และยังเชื่อว่าครูไม่ได้ทำความผิด ซึ่ง พม.จ.ชุมพรได้เตรียมที่พักชั่วคราวที่ให้ที่ห่างจากสังคมและโรงเรียนคือบ้านพักเด็ก แต่ครอบครัวเด็กขอดูแล ด.ญ.เอ อีกทั้งขณะนี้ก็ใกล้ที่สอบแล้ว จึงต้องประสานขอให้โรงเรียนนำข้อสอบมาสอบให้ที่บ้าน เพราะสังคมโรงเรียนไม่เหมาะสมแล้วขณะนี้ เนื่องจากเด็กคงเปราะบางเกินไปกับเหตุที่เกิดขึ้น ยังมีการพูดล้อกันระหว่างเพื่อนๆ ด้วย จึงต้องวางแผนเรื่องการศึกษาต่อของเด็ก ซึ่งทราบว่ามาป้าของ ด.ญ.เอที่อาศัยอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็จะมารับเด็กหญิงไปศึกษาต่อที่ จ.อุบลราชธานี และ ด.ญ.เอเคยไปอยู่กับป้ามาแล้ว
ก่อนที่แม่ของเด็กจะรับตัวมาเลี้ยงดู แต่กลับกลายเป็นยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นไปอีกเนื่องจากแม่ไม่สามารถปกป้องดูแล ด.ญ.เอได้ และแม่ก็ยังคงโทษตัวเองอยู่ ส่วนผู้เป็นพ่อก็คงเก็บอาการอยู่เช่นเดียวกัน พม.จ.ชุมพรได้แต่เพียงให้คำแนะนำว่าให้เด็กอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ทำให้เด็กมีความสุข ส่วนตัวเด็กเองก็สมัครใจที่กลับไปอาศัยอยู่กับป้าที่ จ.อุบลราชธานี โดยพ่อกับแม่อาจะไปเยี่ยมบ่อยๆ ด้านสถานศึกษาก็ไม่ได้มีการติดต่อเข้ามาเพราะอาจจะเป็นวันหยุดราชการ แต่พรุ่งนี้ (17 ก.พ.63) เป็นวันทำงานปกติ พม.จ.ชุมพร ก็จะลงมาที่โรงเรียนด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่งเพื่อพูดคุยกับทางผู้บริหารโรงเรียนแต่จากการที่เจ้าหน้าที่ให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด ก็ดูแปลกๆ มันผิดจากเรื่องที่เคยพบเจอมา ที่สามารถดักซุ่ม หรือจับได้ในระหว่างเดินทาง แต่ในครั้งนี้ครูที่ถูกกล่าวหาได้ขับรถออกไปก่อน แล้วให้ ด.ญ.เอรอด้านใน ก่อนให้บุคคลอื่นมารับซึ่งเป็นเหตุที่ดูมีพิรุธเป็นอย่างมากเพราะไม่ใช่เรื่องของคน 2 คนแล้ว และต้องมีบุคคล ที่ 2 หรือ 3 มาเกี่ยวข้องด้วย