ซึ่งในการอภิปรายครั้งนี้ มีความสำคัญ และจะส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างมาก ซึ่งจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีให้เห็น อาทิเช่น จ่าทหารบกยิงกราดประชาชนที่โคราช เหตุกราดยิงที่บริเวณจุฬาซอย 10 และคนไทยฆ่าตัวตายเฉลี่ยวันละ 12 ราย ซึ่งถือว่าสูงมาก โดยสถิติจากกรมสุขภาพจิต เผยให้เห็นว่า ในประเทศไทยตัวเลขการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6.34 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน โดยพบว่าช่วงอายุ 25-59 ปี ซึ่งเป็นวัยแรงงานมีการฆ่าตัวตายมากที่สุดถึง 74.7% รองลงมาเป็นวัยสูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 22.1% และวัยเด็กอายุ 10-24 ปี 3.2% จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่า วัยทำงานซึ่งเป็นวัยที่ต้องต่อสู้ เลี้ยงดูครอบครัว แต่กลับต้องมาเสียชีวิตมากที่สุด ซึ่งมีผลงานวิจัยสนับสนุน ให้เห็นว่าอาจเกิดจากพิษปัญหาเศรฐษกิจ และความเลื่อมล้ำทางสังคมที่สั่งสมมาโดยตลอดระยะเวลา 6 ปี
ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวอีกว่า มีผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจออกมาชี้แจงว่า ไวรัสโควิด-19 อาจกระทบจีดีพีไทยลดลง 1% หากไม่รีบแก้ไขค่าเงินบาทแข็ง ตลอดจนการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นมีความล่าช้า และไม่สามารถแก้ไขได้ ทั้งในเรื่องของการแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด-19 ซึ่งทั้งล่าช้าและไม่ได้มาตรฐานสากล ตลอดจนปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ที่ไม่สามารถแก้ไขได้จนเป็นปัญหาเรื้อรังต่อ สุขภาพของพี่น้องประชาชนคนไทย ความล่าช้าของคดี ส.ส.พรรคฝ่ายรัฐบาลบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ตลอดจนกรณี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสียบบัตรแทนกันในรัฐสภา จนทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณประเทศปี 2563 ติดขัด