เนชั่นทีวี

ข่าว

พาณิชย์'ห้าม'ส่งออกหน้ากากอนามัย 21 ล้านชิ้น

14 ก.พ. 2563 | rattana

พาณิชย์'ห้าม'ส่งออกหน้ากากอนามัย 21 ล้านชิ้น

กระทรวงพาณิชย์เรียกผู้ประกอบการหน้ากากอนามัยชี้แจงห้ามส่งออก หลังยอดขอส่งออกสูงถึง 21 ล้านชิ้น หวั่นทำในประเทศขาดแคลน ชี้หลายประเทศก็หยุดส่งออก พร้อมให้แจ้งสต๊อกตั้งแต่ 14 ก.พ. เป็นต้นไป เร่งกระจายหน้ากากเข้าโรงพยาบาลมากขึ้น ด้านผู้ส่งออกขอผ่อนผันเฉพาะสเปกต์พิเศษที่คนทั่วไปใช้ไม่ได้ เตรียมเสนอจุรินทร์ เห็นชอบทางออก

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ได้เรียกประชุมผู้ส่งออกหน้ากากอนามัยประมาณ 50 ราย และผู้เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) องค์การเภสัชกรรม กระทรวงการต่างประเทศ ฯลฯ เพื่อหาทางบริหารจัดการหน้ากากอนามัยให้มีใช้เพียงพอในประเทศ เพราะในช่วง 4 วันทำการ หรือตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. 2563 ที่กรมกำหนดให้ผู้ส่งออกหน้ากากอนามัยตั้งแต่ 500 ชิ้นขึ้นไป ต้องขออนุญาตจากกรมก่อน จนถึงวันที่ 12 ก.พ. มีผู้มาขออนุญาตส่งออกแล้วรวม 21 ล้านชิ้น แต่จนถึงขณะนี้ กรมยังไม่ได้อนุญาตให้ส่งออกแต่อย่างใด แต่ผู้ส่งออกบางรายขอผ่อนผันการส่งออก โดยเฉพาะผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อหน้ากากอนามัยชนิดพิเศษ

ทั้งนี้ ได้มีการเสนอทางออก โดยหน้ากากอนามัยชนิดพิเศษ หรือสเปกต์พิเศษ เช่น หน้ากากอนามัยทางการแพทย์สำหรับการผ่าตัด สำหรับใช้โรงงานอุตสาหกรรม หน้ากากอนามัยที่ใช้ป้องกันสารเคมี หรือวัตถุมีพิษ เป็นต้น หากจะให้กรมอนุญาตการส่งออก ผู้ส่งออกและผู้ผลิตจะต้องผลิตหน้ากากอนามัยแบบที่ใช้ป้องกันเชื้อโรคได้อย่างที่ต้องการใช้ในประเทศขณะนี้ ในปริมาณเท่ากับปริมาณที่ขอส่งออก เพื่อนำมาขายในประเทศ

ส่วนหน้ากากอนามัยที่ขออนุญาตส่งออก เพื่อนำไปบริจาคให้กับประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างจีนนั้น หากจะอนุญาตการส่งออก ผู้ส่งออกจะต้องแบ่งส่วนหนึ่งมาให้กับศูนย์บริหารจัดการหน้ากากอนามัย ของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำไปจัดสรรภายในประเทศให้กับผู้ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้ก่อน เช่น โรงพยาบาล ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยตรง โดยอาจจะขอแบ่งในสัดส่วน 50 ต่อ 50 เช่น จะส่งออก 500,000 ชิ้น ต้องจัดสรรให้ศูนย์ 250,000 ชิ้น ส่งออกได้ 250,000 ชิ้น เป็นต้น
ผู้ผลิตและผู้ส่งออกหน้ากากอนามัยทั้งหมดรับที่จะทำตามกติกา เพื่อให้มีของส่งออกไปได้ และมีของใช้เพียงพอในประเทศ โดยจะนำข้อเสนอนี้หารือกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ก่อนว่าจะเห็นด้วยตามนี้หรือไม่ ในขณะนี้หลายประเทศห้ามการส่งออก ส่วนหน้ากากที่ขอส่งออกทั้ง 21 ล้านชิ้น เกือบจะทั้งหมดเป็นหน้ากากอนามัยแบบธรรม ไม่ใช่สเปกต์พิเศษ 
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ผลิตที่มาขออนุญาตส่งออก แต่ไม่ได้แจ้งสต๊อกให้กับกรมตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ภายในวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น กรมได้ให้เวลาแจ้งสต๊อกภายในวันที่ 14 ก.พ.นี้ เพื่อจะได้รู้ว่า ผู้ผลิตมีสต๊อกที่แท้จริงเท่าไร หากไม่แจ้งภายในกำหนด จะมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ และยังปรับอีกวันละ 2,000 บาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน

สำหรับสถานการณ์หน้ากากอนามัยของไทยขณะนี้นั้น ศูนย์บริหารจัดการหน้ากากาอนามัย  ได้เร่งรัดให้ผู้ผลิตตเร่งผลิตเพื่อส่งมอบให้กับศูนย์ และนำไปจัดสรรให้หน่วยงานต่างๆ โดยจะได้รับจัดสรรวันละประมาณ 600,000 ชิ้น และจะจัดสรรให้กับองค์การเภสัชกรรม เพื่อนำไปกระจายให้กับโรงพยาบาลต่างๆ วันละ 200,000 และผู้ผลิตขายตรงให้อีกวันละ 150,000 ชิ้น รวมจะได้รับวันละ 350,000 ชิ้น เป็นต้น

อย่างไรก็ตามที่มีข่าวว่า โรงพยาบาลขาดแคลนหน้ากากอนามัย เพราะกระทรวงพาณิชย์ไปแย่งส่วนแบ่งมา ไม่เป็นความจริง เพราะยังมีผู้ผลิตขายให้กับโรงพยาบาลโดยตรงอีก 150,000 ชิ้น ขณะเดียวกันองค์การเภสัชกรรม ยังได้รับจากกระทรวงอีกวันละ 200,000 ชิ้น ดังนั้น หน่วยงานด้านสาธารณสุข จะได้หน้ากากวันละ 350,000 ชิ้น แล้วยังมีผู้ผลิตบางรายจะสนับสนุนให้อีก 300,000 ชิ้น 

ข่าวล่าสุด