เนชั่นทีวี

ข่าว

กนศ.ไฟเขียวผลศึกษาไทยเข้าร่วมCPTPP

13 ก.พ. 2563 | orawan_jan

กนศ.ไฟเขียวผลศึกษาไทยเข้าร่วมCPTPP

กนศ. รับทราบผลการศึกษาข้อดี-ข้อเสีย และข้อเสนอแนะการเข้าร่วม CPTPP แล้ว มอบ "พาณิชย์" สรุปเสนอ ครม. พิจารณาตัดสินใจภายในเม.ย.นี้ เผยผลศึกษาช่วยเพิ่มจีดีพี การลงทุน และการส่งออก ยันเรื่องสิทธิบัตรยาไม่อยู่ในข้อตกลงแล้ว ส่วนการคุ้มครองพันธุ์พืชมีเงื่อนไขผ่อนปรน รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ส่วน FTA ไทย-อียู รอเข้า กนศ.ไม่เกินกลางปีนี้

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรมอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ(กนศ.) ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้รับทราบผลการศึกษาการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP)ผลการลงพื้นที่และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ผลดี ข้อเสีย ผลประโยชน์ รวมถึงข้อกังวลและมีมติให้กระทรวงพาณิชย์สรุปผลทั้งหมดเพื่อนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาตัดสินใจภายในเดือนเม.ย.2563 นี้

 

ทั้งนี้ กรมฯ ได้นำเสนอผลการศึกษาการเข้าร่วม CPTPPจะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี) ของไทยเพิ่มขึ้น 0.12% คิดเป็นมูลค่า 13,323 ล้านบาท การลงทุนเพิ่ม 5.14%มูลค่า 148,240 ล้านบาท การส่งออก เพิ่ม 3.47% มูลค่า 271,340 ล้านบาทและเกิดการจ้างงาน 73,370 ล้านบาท แต่ถ้าไม่เข้าร่วม จะทำให้จีดีพีลดลง 0.25% มูลค่า26,629 ล้านบาท และยังจะช่วยในเรื่องการเปิดตลาด เพราะสมาชิกมีการลดภาษีเป็น 0%ตั้งแต่ 95-99% และยังจะมีโอกาสในการเข้าสู่ตลาดแคนาดา และเม็กซิโกที่ไทยไม่มีความตกลงการค้าเสรี (FTA) ด้วย

 

ส่วนข้อกังวลเรื่องสิทธิบัตรจะไม่สามารถบังคับใช้สิทธิในสิทธิบัตรยา (CL) ได้นั้น ในความตกลง CPTPP ไม่ได้มีเรื่องนี้แล้ว ถูกถอนออกไปตั้งแต่สหรัฐฯออกจากการเจรจา , เรื่องการคุ้มครองพันธุ์พืชก็มีเงื่อนไขผ่อนปรนให้และมีข้อยกเว้นไม่ต้องทำตามข้อตกลง , การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ มีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำถ้าต่ำกว่าไม่ต้องเปิดให้เข้ามาแข่งขัน และมีระยะเวลาปรับตัว และเรื่องการปรับตัวจะมีการตั้งกองทุน เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

"ตามเป้าหมาย จะเสนอให้ ครม.พิจารณาภายในเดือนเม.ย.2563 หากเห็นชอบให้ไทยเข้าร่วม ก็จะได้มีเวลาเตรียมตัวเพราะสมาชิก CPTPP ที่ได้ให้สัตยาบันความตกลงแล้ว7 ประเทศ ได้แก่ เม็กซิโก ญี่ปุ่น สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ แคนาดาออสเตรเลียและเวียดนาม จะนัดประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งแรกเดือนส.ค.2563ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่จะคุยกัน ก็เป็นเรื่องของการรับสมาชิกใหม่ ไทยก็จะยื่นสมัครได้ทันและถ้ารับไทยเป็นสมาชิก ก็จะเป็นเรื่องของการเจรจา โดยมีหลัก คือยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ยิ่งถ้าเข้าเร็ว ก็จะจ่ายค่าผ่านประตูน้อยถ้ารอให้มีสมาชิกให้สัตยาบันเพิ่มขึ้น หรือมีสมาชิกรายใหม่ๆ เพิ่ม ตอนนั้นอาจต้องเสียค่าผ่านประตูมากกว่า"นางอรมนกล่าว

 

สำหรับการเตรียมการเรื่องการทำ FTA ไทย-สหภาพยุโรป (อียู)ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการศึกษาขั้นสุดท้ายคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนก.พ. หรือต้นมี.ค.2563 จากนั้นจะนำเสนอผลการศึกษาผลดี ผลเสีย ข้อกังวล ข้อเสนอแนะ ให้ กนศ. พิจารณา ถ้าเห็นควรทำ FTA ก็จะเสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติทำ FTA กับอียูต่อไปคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปประมาณช่วงกลางปีนี้

ข่าวล่าสุด