ล่าสุดมีงานวิจัยชิ้นสำคัญที่ค้นพบว่า ไวรัสอาจมีที่มาจากค้างคาวอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ตั้งสมมติฐานกันก็จริง แต่สัตว์อีกชนิดหนึ่งที่อาจเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสโคโรนาไปแพร่จนติดต่อสู่มนุษย์ก็คือ "ตัวนิ่ม" สัตว์ที่มีลำตัวเป็นเกล็ด ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ถูกลักลอบค้ามากที่สุดในโลกกว่า 1 ล้านตัวในรอบทศวรรษที่ผ่านมา และตลาดลักลอบค้าตัวนิ่มที่ใหญ่ที่สุดก็คือประเทศจีน
มหาวิทยาลัยการเกษตรแห่งจีนตอนใต้ออกแถลงการณ์ เปิดเผยว่า หลังจากนักวิจัยของสถาบันได้นำเอาตัวอย่างสัตว์ป่ากว่า 1 พันชิ้น มาตรวจสอบรหัสพันธุกรรมในห้องปฏิบัติการ พบว่า ลำดับจีโนมของไวรัสโคโรนาที่พบในตัวนิ่ม ตรงกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่พบในมนุษย์ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ตัวนิ่มจะเป็นพาหะที่ทำให้ไวรัสซึ่งยังคงเชื่อว่ามีต้นตอมาจากค้างคาว เกิดการแพร่เชื้อจนติดต่อจากสัตว์สู่คน
ผลการศึกษานี้ทำให้หลายคนนำไปเปรียบเทียบกับกรณีของไวรัสซาร์สซึ่งระบาดในช่วงปี 2545-2546 เนื่องจากมีที่มาจากค้างคาวแต่แพร่เชื้อผ่านสัตว์อีกชนิดหนึ่งเหมือนกัน โดยในกรณีของซาร์สนั้นเป็นการแพร่จากค้างคาวสู่อีเห็น แล้วไวรัสจากอีเห็นจึงติดต่อสู่คนอีกที