จากการตรวจสอบบริเวณท่าเทียบเรือริมคลองด่าน ซึ่งอยู่ตรงหน้าวัด พบศพชายไทยไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 20-30 ปี รูปร่างสันทัด สูงประมาณ 165-170 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีแดงคลุมทับด้วยเสื้อคลุมแขนยาวสีส้ม ซึ่งเป็นของบริษัทลาล่ามูฟ ประกอบกิจการขนส่งสินค้าผ่านแอปพลิเคชั่น สภาพศพนุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ที่เท้าทั้งสองข้างสวมถุงเท้าสีน้ำเงิน ลอยอืดมาในลำคลองส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง แพทย์สันนิษฐานเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมง
จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่นำศพขึ้นมาตรวจสอบบนตลิ่ง พบว่า ตามร่างกายไม่มีบาดแผล มีแต่รอยสักทั้งหมึกสี และหมึกดำเกือบทั้งตัว ที่บริเวณหน้าอกสักตัวอักษรชื่อ "สมพร ชนะบุตร" นอกจากนี้ยังสักคำว่า "โป้ง OROS" และ "ดุ๊กดิ๊ก ไฝ" ปรากฏให้เห็นเด่นชัด อย่างไรก็ตาม จากการค้นตามกระเป๋าเสื้อและกางเกง พบพาวเวอร์แบงก์สำหรับชาร์จโทรศัพท์ 1 ตัว และ กุญแจรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เพียง 1 ดอก เท่านั้น ส่วนหลักฐานสำคัญ อาทิ กระเป๋าสตางค์ เอกสารประจำตัวและโทรศัพท์มือถือของผู้ตายได้สูญหายไป และไม่พบแต่อย่างใด
จากการสอบสวน นายตรีทิพย์ เมฆบริสุทธิ์ อายุ 53 ปี สัปเหร่อวัดหนัง ราชวรวิหาร ผู้พบศพคนแรกให้การว่า ขณะกำลังทำธุระอยู่ที่วัด จู่ๆ ก็มีชาวบ้านวิ่งมาบอกว่า เห็นศพคนตายลอยอืดในคลองด่าน และกำลังจะลอยผ่านวัดไป ตนจึงนำไม้มาเขี่ยร่างผู้ตายให้เข้ามาที่ริมตลิ่ง และใช้เชือกผูกเอาไว้ ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบรายชื่อ "สมพร ชนะบุตร" ตามรอยสักที่ปรากฏบนอกผู้ตายแล้วในเบื้องต้นพบว่า มีตัวตนจริงเป็นหญิงวัย 61 ปี อาศัยอยู่ย่านพระปิ่นเกล้า อรุณอมรินทร์ แต่ นางสมพร นั้นมีบุตรชายเพียงคนเดียว ซึ่งเกิดในปี พ.ศ.2524 และได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 ซึ่งพนักงานสอบสวนจะติดต่อ นางสมพร เพื่อขอสอบปากคำต่อไป ว่า มีความเกี่ยวข้องกับผู้ตายในฐานะใด และผู้ตายคือใคร เป็นสมาชิกแก๊งโอรส จริงหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ได้มอบศพให้นิติเวช รพ.ศิริราช นำศพไปผ่าชันสูตร เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ก่อนรอญาติมาติดต่อขอรับไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป