เนชั่นทีวี

ข่าว

พาณิชย์ ชี้ลู่ทางขยายธุรกิจผู้สูงอายุ

06 ก.พ. 2563 | orawan_jan

พาณิชย์ ชี้ลู่ทางขยายธุรกิจผู้สูงอายุ

พาณิชย์ชี้ช่องผู้ประกอบการไทยควรตื่นตัวและมองลู่ทางขยายธุรกิจรองรับสังคมผู้สูงอายุ พบมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง พร้อมเตรียมเปิดตัวโครงการ อยู่เป็น สนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุแบบครบวงจร

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศลรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบโดยคาดว่าปี 2573 จะมีผู้สูงอายุประมาณ 17.4 ล้านคน หรือเกือบร้อยละ 30ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ 

พาณิชย์ ชี้ลู่ทางขยายธุรกิจผู้สูงอายุ


ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายธุรกิจหรือกำลังจะเริ่มต้นประกอบธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผู้สูงอายุมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง เช่นบริการอาหาร-เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ วัสดุอุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุ ธุรกิจนำเที่ยวศูนย์ออกกำลังกาย ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ โรงพยาบาล/สถานพยาบาล อสังหาริมทรัพย์ประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ ธุรกิจสันทนาการ และธุรกิจหลังความตาย ฯลฯ เป็นต้นยิ่งจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นมากเท่าไร ความต้องการสินค้าและบริการเฉพาะของผู้สูงอายุก็ยิ่งได้รับความนิยมและมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเท่านั้น"ปัจจุบันธุรกิจรายใหญ่ของประเทศและธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยเริ่มหันมาสนใจผลิตสินค้าและบริการเฉพาะผู้สูงอายุมากขึ้น เนื่องจากเห็นโอกาสที่จะประสบความสำเร็จและเห็นผลกำไรที่ชัดเจนโดยกำหนดให้ผู้สูงอายุเป็นเป้าหมายหลักในการผลิตสินค้าและบริการ ...ยึดหลักเข้าใจเข้าถึง และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างตรงจุดจึงนับเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจหรือเข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผู้สูงอายุซึ่งในอนาคตผู้สูงอายุจะกลายเป็นกลุ่มประชากรหลักของประเทศและมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆดังนั้นธุรกิจที่สามารถรองรับความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุได้จึงมีโอกาสเติบโตและประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก"ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผู้สูงอายุด้วยเช่นกันโดยเฉพาะธุรกิจดูแลผู้สูงอายุที่มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งปัจจุบันบุตรหลานมีการปรับเปลี่ยนทัศนคติเรื่องการนำบุพการีมาฝาก ณสถานดูแลผู้สูงอายุว่าไม่ได้เป็นการนำมาทิ้งแต่เป็นการหาสังคมคนวัยเดียวกันให้แก่พ่อแม่ มีผู้ช่วยดูแลตลอด 24 ชั่วโมงและไม่ปล่อยให้ต้องโดดเดี่ยวคนเดียวยามที่ลูกหลานต้องไปทำงานทำให้สถานดูแลผู้สูงอายุได้รับความนิยมทั้งจากผู้สูงอายุเองและบุตรหลานอย่างต่อเนื่อง 
ทั้งนี้ จากข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคล พบว่า ปี 2562มีธุรกิจดูแลผู้สูงอายุจำนวนทั้งสิ้น 376 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 2,226 ล้านบาทซึ่งถือว่ามีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุในไทย อีกทั้งมีชาวต่างชาติวัยเกษียณเดินทางเข้ามาใช้บริการสถานดูแลผู้สูงอายุในไทยเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากประเทศไทยมีความพร้อมทุกด้าน เช่น อาหาร สถานพยาบาล สถานที่พักผ่อนผู้ดูแลมีจิตบริการ ฯลฯซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ดึงดูดชาวต่างชาติวัยเกษียณให้เดินทางเข้ามาใช้บริการมากขึ้นจึงทำให้ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุมีจำนวนไม่เพียงพอกับความต้องการและเพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผู้สูงอายุมากขึ้นจึงได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดทำโครงการ อยู่เป็น ขึ้นเพื่อผลักดันให้ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผู้สูงอายุมีความเข้มแข็งและเติบโตได้อย่างยั่งยืนสามารถตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุและบุตรหลานได้อย่างครบวงจรส่งเสริมให้ธุรกิจมีคุณภาพ มีมาตรฐาน เข้าถึงง่ายในราคาที่เหมาะสม รวมถึงเชิญชวนให้นักธุรกิจทั้งรายเดิมและรายใหม่หันมาสนใจประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุมากขึ้นและผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการดูแลผู้สูงอายุระดับภูมิภาค จะนำมาซึ่งรายได้มหาศาลเข้าประเทศและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้สูงอายุ ซึ่งโครงการ อยู่เป็น มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 14กุมภาพันธ์ 2563 นี้ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก

ข่าวล่าสุด