เนชั่นทีวี

ข่าว

พาณิชย์เตรียมจำกัดการซื้อและคุมส่งออกหน้ากากอนามัย

03 ก.พ. 2563 | orawan_jan

พาณิชย์เตรียมจำกัดการซื้อและคุมส่งออกหน้ากากอนามัย

"จุรินทร์" เตรียมชงครม.ไฟเขียวหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือขึ้นบัญชีสินค้าควบคุม เล็งใช้มาตรการกฎหมายจำกัดการซื้อต่อคนต่อชิ้น และเล็งคุมการส่งออกหน้ากากอนามัยตั้งแต่ 500 ชิ้นขึ้นไปต้องขออนุญาต

นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการหรือ กกร. ว่า ในวันที่ 4 ก.พ. 2563 กระทรวงพาณิชย์จะเสนอครม.ให้อนุมัติสินค้าเข้ามาอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุมได้แก่  1.หน้ากากอนามัย2.เส้นใยโพลีโพรพิลีน (สปันบอนด์) เพื่อใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัย3.ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือโดยอาศัยอำนาจทางกฎหมาย พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542การกำหนดมาตรการบริหารจัดการสินค้าควบคุมพ.ศ. 2562 (เพิ่มเติม)หลังจาที่มติที่ประชุมกกร.ในวันนี้เห็นชอบแล้ว


พาณิชย์เตรียมจำกัดการซื้อและคุมส่งออกหน้ากากอนามัย


ทั้งนี้หากครม.เห็นชอบก็จะเร่งดำเนินการให้มีผลบังคับใช้ในทันที โดยการนำหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือเข้ามาอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุมเพื่อให้สามารถดำเนินการมาตรการต่างๆตามมาได้ในการที่จะควบคุมทั้งในเรื่องของปริมาณและในเรื่องของราคาเช่น กรมการค้าภายในสามารถที่จะกำหนดให้ผู้ผลิตผู้แทนจำหน่ายผู้นำเข้าและผู้ส่งออกต้องแจ้งข้อมูลในเรื่องของต้นทุนราคาซื้อขายปริมาณการผลิตปริมาณการนำเข้า และการส่งออกหรือสต๊อกได้ทันที

นอกจากนั้น สามารถที่จะกำหนดให้ผู้ผลิตผู้นำเข้าหรือตัวแทนจำหน่ายสามารถที่จะกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศหรือในพื้นที่ที่ขาดแคลนตามกฏหมายได้รวมทั้งสามารถที่จะกำหนดให้มีการปิดราคาขายปลีกเป็นต้นซึ่งมาตรการนี้ก็จะกำหนดตามมาเมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว และจะแถลงให้ทราบต่อไปรวมทั้งการที่จะกำหนดให้การส่งออกต้องขออนุญาตในปริมาณหรือจำนวนที่กำหนดได้ก็จะเป็นมาตรการที่กำลังตามมาเพื่อให้ปริมาณหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือมีปริมาณใช้อย่างเพียงพอในประเทศเสียก่อน

อย่างไรก็ตามตนได้สั่งตั้งวอร์รูมขึ้นมาเพื่อติดตามสถานการณ์ของไวรัสโคโรน่าอย่างใกล้ชิดเฉพาะในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์เพื่อติดตามสถานการณ์ของไวรัสเช่นเดียวกันเพื่อแก้ปัญหาสินค้าต่างๆที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์ให้มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการและราคาที่เป็นธรรมกับผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือรวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วยและการให้มีอำนาจกำหนดมาตรการต่างๆที่จะบังคับใช้ต่อไปโดยปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานและอธิบดีกรมการค้าภายในอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศและอื่นๆที่เกี่ยวข้องโดยอำนาจในการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาผลิตภัณฑ์หรือสินค้าขาดแคลนและจัดการตามกฎหมายกับผู้ที่กักตุนหรือว่ากระทำผิดกฎหมายได้ในทันที
"ภาวะปกติเท่าที่กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์และรวบรวมตัวเลขมาทั้งหมดแล้วพบว่าปริมาณการผลิตกับปริมาณการใช้ในภาวะปกตินั้นอยู่ในภาวะที่สมดุลแต่เมื่อเกิดกรณีไวรัสโคโรน่าขึ้นมาก็ได้ประเมินตัวเลขว่าอาจจะมีความต้องการใช้เพิ่มเติมขึ้นจำนวนหนึ่งซึ่งแต่เดิมในภาวะปกติตัวเลขการใช้หน้ากากอนามัยภายในประเทศอยู่ที่เดือนละ 30ล้านชิ้นแต่ในช่วงถัดจากนี้ไปและในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานั้นอาจจะมีความต้องการใช้เพิ่มเติมขึ้นเป็น40 ล้านชิ้นถึง 50ล้านชิ้นจึงเป็นที่มาที่จำเป็นจะต้องประสานงานเร่งให้มีการผลิตเพิ่มขึ้นโดยเร็วเพื่อให้สนองกับความต้องการใช้ภายในประเทศ"
อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในได้เชิญผู้ผลิตมาพบแล้วหนึ่งครั้งและวันนี้จะได้มีการพบกับผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะกำหนดมาตรการร่วมกันปรากฏว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเกิดภาวะที่อาจจะทำให้ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งเกรงว่าจะไม่มีหน้ากากอนามัยหรือเจลล้างมือพอที่จะใช้สำหรับป้องกันโรคไวรัสโคโรน่าจึงเป็นที่มาที่อาจจะมีบางพื้นที่ที่ไปซื้อมาเก็บไว้เกินปริมาณความต้องการใช้ปกติ ทำให้เกิดภาวะขาดแคนสินค้าเป็นจุดในบางพื้นที่บางจังหวัดหรือในบางจังหวัดก็อาจจะขาดไปในภาพรวม รวมทั้งอาจจะเกิดจากการมีการนำออกไปนอกประเทศมากเกินภาวะปกติอาจส่งผลให้ตัวเลขภายในไม่พอใช้จึงเป็นที่มาที่ทำเป็นจะต้องกำหนดให้ทั้งสองตัวนี้เป็นสินค้าควบคุม เพื่อกรมการค้าภายในและวอร์รูมของกระทรวงพาณิชย์สามารถใช้มาตรการต่างๆที่จะตามมาได้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวให้ผู้บริโภคได้มีสินค้าใช้ได้อย่างทั่วถึงในเวลาที่รวดเร็วที่สุด

"เท่าที่หารือเบื้องต้นนั้นจะต้องมีการกำหนดให้การส่งออกอาจจะต้องมาขออนุญาตโดยกรมการค้าภายใน จะได้ควบคุมดูแลปริมาณการผลิตปริมาณความต้องการใช้ในประเทศ รวมทั้งการกระจายสินค้าต่างๆให้มีความทั่วถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้และเพื่อไม่ให้การส่งออกเป็นปัญหาทำให้เกิดความต้องการใช้ภายในขาดแคนจึงเป็นที่มาที่อาจจะจำเป็นต้องกำหนดให้มีการขออนุญาตจากกรมการค้าภายในเมื่อจะมีการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ส่วนเรื่องคุณภาพทาง อ.ย.จะเป็นผู้กำหนดส่วนปริมาณเบื้องต้นหารือในวันนี้ว่าเป็นความเห็นของที่ประชุมกกร.กำหนดว่าถ้าจะต้องนำออกไปนอกราชอาณาจักรเกินกว่า 500ชิ้นขึ้นไปจะต้องขออนุญาตเคลื่อนย้ายจากกรมการค้าภายในซึ่งกรมการค้าภายในจะพิจารณาให้เสร็จ"
ส่วนมาตรการที่ออกมาหลังจากคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้วและจะเป็นมาตรการระยะสั้นจะใช้เท่าที่จำเป็นและเมื่อผลสภาวะไม่ปกติไปแล้วก็จะยกเลิกโดยเร็วตั้งใจว่าถ้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในวันพรุ่งนี้จะดำเนินการให้เสร็จในทันทีจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการต่อไปได้
ด้านนายวิชัย โภชนกิจอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ผู้ค้าปลีกหลายรายให้ความร่วมมือนำมวางขายแล้วการจัดสรรจะลงไปอย่างถี่ถ้วนและกว้างขวางมากขึ้นถัดจากนี้จะใช้มาตรการโดยการขายตั้งแต่ 500 ชิ้นหรือ 10กล่องขึ้นไปต้องขออนุญาตเคลื่อนย้ายและอาจจะจำกัดการซื้อครั้งหนึ่ง ซื้อได้ไม่เกินกี่ชิ้นถ้าใครซื้อมากเกินไปและออกนอกประเทศ ก็จะถูกจำกัดด้วยปริมาณที่กำหนดอยู่แล้วว่าให้ซื้อได้คนหนึ่งไม่เกินกี่ชิ้นจะทำให้การหิ้วนอกประเทศยากขึ้นและจะประสานกับกรมศุลกากรช่วยจำกัดการส่งออกให้ได้ผลมากขึ้นไม่น่าจะเกินวันที่ 4กุมภาพันธ์ 2563 ประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้

ข่าวล่าสุด