ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวต่อไปว่าพล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องตรวจสอบด้วยว่ารัฐบาลไทยมีปัญหาเรื่องการประสานกันภายในหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีใน ครม. ประยุทธ์ หลายคนให้ข้อมูลไม่ตรงกันเรื่องวันเวลาอพยพคนไทย โดย รัฐมนตรีว่าการและช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศจะอพยพคนไทยในอู่ฮั่นได้ภายในวันที่ 4 ก.พ 63แต่ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศปฏิเสธว่า เป็นเพียงการคาดการณ์ไปเองของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขแต่กระทรวงการต่างประเทศไม่รู้เรื่องด้วย และไม่ทราบว่ากระทรวงสาธารณสุข เอากำหนดการวันที่ 4 ก.พ มาจากไหน ซึ่งคำชี้แจงของผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกจดบันทึกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรในบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรเมื่อ วันที่ 30 ม.ค ที่ผ่านมา
รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณก็ประกาศว่าจะไปรับคนไทยในอู่ฮั่น ภายใน 6.00 น. ของ วันที่ 1 ก.พ 63 แต่ในที่สุด ก็ไม่ได้ไปรับและยังแก้ตัวกับนักข่าวแบบง่ายๆ ว่าพูดผิดไปหน่อย ทั้งๆ ที่เรื่องวันเวลาอพยพคนไทยกลับจากอู่ฮั่นเป็นเรื่องใหญ่ และเกี่ยวกับความเป็นความตายของประชาชน จะมาพูดจาส่งเดชเรื่องกำหนดการได้อย่างไรที่สำคัญ ในวันที่ 1 ก.พ. รัฐบาลตุรกีก็ใช้เครื่องบินทหารอพยพประชาชนกลับตุรกีได้ ทำไมคนไทยจึงเดินทางกลับในวันเดียวกันนั้นไม่ได้ รัฐบาลไทยควรมีคำชี้แจงด้วย ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันปัญหาลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต
ร.ท.หญิง สุณิสา เปิดเผยอีกว่านอกจากนี้ รัฐบาลประยุทธ์ยังล้มเหลวในด้านการประชาสัมพันธ์ เพราะขาดการรวมศูนย์ข้อมูลไว้ที่เซ็นเตอร์แห่งเดียว ทำให้ตกข่าวหลายเรื่อง เช่น คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่า จำนวนคนไทยที่ตกค้างอยู่ในนครอูฮั่นและมณฑลหูเป่ยขณะนี้เพิ่มเป็น 161 คนแล้ว ไม่ใช่แค่ 64-65 คน อย่างที่เข้าใจกัน จะเห็นได้ว่า แม้แต่โฆษกกระทรวงกลาโหมซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแท้ๆ ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับข้อมูลก็ยังแถลงข่าวผิด ๆ ว่าเตรียมสถานที่ไว้รองรับคนไทย 64 คน กลับจากอู่ฮั่น ทั้งๆ ที่ ยอดรวมของคนไทยเปลี่ยนเป็น 161 คนแล้ว
นอกจากนี้รัฐบาลก็ล้มเหลวเรื่องการประชาสัมพันธ์วิธีป้องกันตัวจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าทำให้คนไทยต้องไปหาข้อมูลเองจากอินเตอร์เน็ต แต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นข่าวจริง ข่าวเท็จ เพราะรัฐบาลก็ไม่ได้มีข้อมูลที่แท้จริงเอาไว้ให้เปรียบเทียบขณะที่สื่อมวลชนไทยก็ต้องหาข้อมูลจากต่างประเทศ เพราะรัฐบาลไทยไม่มีศูนย์ข้อมูลกลางให้เช็คข่าวอย่างเป็นระบบ จึงเกิดปัญหาต่างคนต่างพูด จนข้อมูลสับสนไปหมด ซึ่งถือเป็นความบกพร่องและล้มเหลวของรัฐบาลในเรื่องของการประชาสัมพันธ์