เช่นเดียวกับ นายอดุลย์ ขันทะชัย ชาวบ้านในอำเภอเดียวกัน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาอีกราย ได้เข้ามอบตัวเช่นกันหลังจากเซ็นยินยอม เพื่อนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย โดยนายอดุลย์ เล่าว่า ก็มีนายหน้ามาติดต่อ และเสนอ
เงินให้หัวละ 1หมื่นบาท แต่ได้รับเงินจริงแค่ 8พันบาท เพราะ 2 พันบาทจะถูกนายหน้าหักคิวไป โดยนายอดุลย์ ยอมรับว่า ไม่รู้การเซ็นให้คนอื่นมาสวมสิทธิการใช้บัตรประชาชน นั้นผิดกฎหมาย ที่ทำไปเพียงแค่อยากได้เงินเท่านั้น
สำหรับพฤติกรรมของขบวนการสวมสิทธิบัตรประชาชน พ.ต.ท. วิวัฒน์ จิตโสภากุล รองผู้กำกับ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้อธิบายถึงขั้นตอนกระบวนการปลอมบัตร จนถึงผู้ร่รวมขบวนการในกรณีนี้ว่า จุดเริ่มต้นมาจาก หาข้อมูลบุคคลที่เสียชีวิต ที่ไม่แจ้งการตาย หรือ บุคคลสูญหายกับทางอำเภอ จากนั้นจะมีนายหน้า มาติดต่อกับผู้ต้องการสวมบัตรประชาชน โดยเสนอค่าดำเนินการหัวละ 150,000 5 แสนบาท แล้วแต่ประวัติของผู้สวมสิทฺธิ ว่าเคยถ่ายภาพ ทำบัตรประชาชนมาก่อนหรือไม่ หากไม่เคยทำมาก่อนราคาก็จะสูงขึ้น เมื่อจ่ายเงินแล้ว ผู้ที่ยอมให้สวมสิทธิ ก็จะย้ายบุคคลที่สวมสิทธิแล้วเข้ามาในทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองการเป็นญาติ
โดยขบวนการนี้จะสำเร็จไม่ได้ถ้าหากไม่มีข้าราชการที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย เนื่องจาก ต้องเซ็นเอกสารรับรอง // ออกบัตรประจำตัวประชาชนให้ โดยถูกกฎหมาย ซึ่งหากไม่มีการตรวจสอบก็จะไม่รู้ เพราะมีข้อมูลยืนยันในทะเบียนราษฏร์ ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่า ขบวนการนี้ มีการสวมบัตรให้กับคนต่างด้าว ที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฏหมายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นพวกค้ายาเสพติดที่ต้องการฟอกเงิน ผู้ต้องหาหนีคดีร้ายแรงจากต่างประเทศ และ คดีที่เกี่ยวกับความมั่นคง
เครือข่ายแก๊งปลอม และสวมบัตรประชาชนในคดีนี้ มีทั้งหมด 9 ราย ถูกจับกุมแล้ว 2 ราย เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 ราย ส่วนอีก 5 ราย ยังคงหลบหนี ซึ่งกองปราบปราม ยังคงเร่งไล่ล่าหาตัวผู้กระทำมาลงโทษให้ได้ และขบวนการนี้ปลอมบัตร แก๊งนี้ไม่ใช่แก๊งเดียวที่มีอยู่ในประเทศไทยที่สร้างความเสียหาย และเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนั้นการทำหน้าที่ในการกวาดล้าง กองกองบังคับการปราบปราม ต้องทำหน้าที่อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประเทศไทย ปราศจากอาชญกรรมเหล่านี้ และ พร้อมที่จะยืนเคียงข้างประชาชน และช่วยกันปรามปราบบ่อนทำลายชาติให้สำเร็จและสิ้นซาก
ทีมข่าวล่าความจริง เนชั่นทีวี รายงาน