เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เซ็นรับทราบคำสั่งห้ามให้ข่าวต่อสื่อมวลชนแล้วปรากฏว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นใบลาเพื่อไปอุปสมบทในวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นเวลา 9 วัน โดยจะบินไปในวันที่ 27 มกราคมนี้ ซึ่งการอุปสมบทในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองและเรื่องงาน แต่เป็นการบวชทดแทนคุณบิดามารดา เนื่องจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยังไม่ได้บวชตั้งแต่เด็ก จึงถือโอกาสลาบวชในช่วงนี้
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ แจ้งว่า ที่ผ่านมาไม่เคยให้ข่าวในทางร้ายหรือไม่เคยประพฤติเสื่อมเสียนับแต่ถูกย้ายมาประจำที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้เก็บตัวมาตลอด แต่เมื่อถูกยิงถล่มรถจึงออกมาเปิดเผยความจริงว่าสาเหตุมาจากการเปิดโปงการซื้อไบโอเมทริกซ์ของสตช.ที่มีการร้องป.ป.ช.ว่าซื้อราคาแพงและไม่มีคุณภาพ เครื่องบางตัวใช้การไม่ได้
"ในฐานะอดีตผบช.สตม. และถูกกันให้เป็นพยาน จึงไปให้ปากคำต่อป.ป.ช. โดยการให้ข้อมูลดังกล่าวมีการพาดพิงถึงบิ๊กตำรวจในสตช. และพาดพิงคนใกล้ชิดนายกฯ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ถูกคำสั่งให้หยุดการให้ข่าวแต่เชื่อว่าประชาชนจะเสียโอกาสไม่ได้รับทราบความจริงหากมีการสั่งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หยุดพูด" แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า เรื่องที่เกิดกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ นั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ไม่ได้รับทราบมาก่อนและระยะหลังการตัดสินใจของนายกฯ ทำเพียงลำพังไม่มีการสอบถามความเห็นของพล.อ.ประวิตร ทั้งนี้ดูเหมือนว่าทั้งสองคนเริ่มห่างเหินกันมากขึ้น