ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ กล่าวถึงกรณีคลิปที่มีปากเสียงกับชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดราชบุรีว่า ความจริงแล้ว บุคคลที่มีปากเสียงด้วย เป็นคนกาญจนบุรีที่เพิ่งย้ายมาในพื้นที่ และจะมาก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี แต่ประชาชนในบริเวณดังกล่าวจะได้รับความเดือดร้อน และกังวลจะเกิดผลกระทบทั้งเสียง กลิ่น และฝุ่น ทำให้ก่อนที่ตนจะลงพื้นที่ เกิดการทำร้ายร่างกายและใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ ตนจึงต้องลงไปเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ให้กับชาวบ้าน เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีเขียวด้วย แต่อุตสาหกรรมจังหวัดกลับไปยืนยันกับเจ้าของโรงงานว่าไม่ต้องทำประชาพิจารณ์ ตนจึงต้องลงพื้นที่ เนื่องจากไม่มีการสอบถามชาวบ้านนางสาวปารีณา ยังกล่าวถึงกรณีแชทไลน์กลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐหลุดว่า หลังเกิดเหตุ ยังไม่ได้มีการพูดคุยและเคลียร์ใจกับ รัฐมนตรีช่วยการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ยืนยันว่า ไม่ได้ขอให้ช่วยเหลือเรื่องใด รวมถึงเรื่องที่ดินฟาร์มไก่ที่จังหวัดราชบุรี แต่เป็นการโต้แย้ง ระหว่าง ส.ส.ซึ่งถือว่า เป็นเรื่องปกติภายในพรรคพลังประชารัฐที่ ส.ส.คนอื่นก็มีการโต้แย้งกันตลอด และในไลน์ก็มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง หลายประเด็น ไม่สามารถเจาะจงได้
"ไม่ได้ขอให้ช่วย เพราะเขาไม่เคยช่วยอะไรอยู่แล้ว ในข้อความระบุชัดเจนว่าพี่ไม่เคยช่วยอะไรเอ๋เลย แต่ทางโซเชียลชอบจับไปโยงนู่นโยงนี่ การทำงานร่วมกันของ ส.ส.ก็ต้องขัดแย้งกันบ้าง แต่ไม่ใช่รอยร้าวอะไร เอ๋เป็นผู้น้อย ไม่สามารถไปมีรอยร้าวกับผู้ใหญ่ได้ ไม่น้อยใจอะไร แต่ส่วนตัวเป็นคนตรงไปตรงมา จึงทำให้คนภายนอกมองว่า เป็นคนแรง"เมื่อถามย้ำว่า พรรคพลังประชารัฐดูเหมือนไม่ได้ช่วยเหลือในเรื่องคดีความทั้งที่นางสาวปารีณาเป็นขุนพลตอบโต้ฝ่ายค้าน นางสาวปารีณา กล่าวว่า ไม่ได้น้อยใจ เพราะพรรคพลังประชารัฐก็มอบหมายให้นายทศพล เพ็งส้ม มาช่วยเหลือในแง่ของข้อกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวกับที่ดินและป่าไม้แล้ว เพราะที่ผ่านมาตนไม่กล้าพูดกล้าทำอะไร เนื่องจากกังวล และไม่รู้ข้อกฎหมายนอกจากนี้ นางสาวปารีณา ยังตัดพ้อถึงกรณีที่ถูกเป็นเป้าโจมตี ทำอะไรก็ผิดในสายตาสังคมว่า ถ้าเลือกเกิดได้ก็เลือกเกิดเป็นผู้ชาย เพราะนักการเมืองหญิงต้องทำงานหนักมากกว่า 3-4 เท่า และถ้าเกิดเป็นผู้ชายคงไม่มีใครกล้าพูดว่า "เสือก" ไม่เช่นนั้นก็โดนตบปาก อีกทั้งตอนลงพื้นที่ล่าสุด คนที่เข้ามามีวิวาทะด้วยก็ยื่นหน้าเข้ามาจนเกือบจะจูบกันได้อยู่แล้ว ตนจึงต้องพูดว่าปากเหม็น จึงยอมถอยออกไป ตนมองว่า มันเป็นความยากลำบากของ ส.ส. หญิงในการทำงาน กมธ. และทำงานในพื้นที่แล้วต้องมาเจอสิ่งต่างๆ แต่ต้องถือว่าตนเป็นคนที่ทนได้ทุกเรื่องจริงๆ แม้จะมีคนโยงเรื่องที่ดินมากระแนะกระแหนตลอดเวลา เมื่อถามว่า ตั้งแต่เกิดเหตุทะเลาะกับหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส นางสาวปารีณา กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่เดินผ่านกันบ้าง ซึ่งพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธิ์ก็มองตนเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งส่วนตัวก็มองกลับส่วนเรื่องที่ตนโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ว่าให้เอาเวลาไปลดความอ้วนนั้น ยืนยันไม่ได้เป็นการทำร้ายกันในโลกโซเชียล แต่เป็นการพูดความจริง เพราะที่ผ่านมานางสาวชยิกาอ้วนมาก แต่ลดความอ้วนลงมาได้มาก จึงบอกว่าแทนที่จะมาตอบโต้นายกรัฐมนตรีเรื่องสวยแต่ไม่มีสมอง ให้เอาเวลาไปลดความอ้วนที่นางสาวชยิกาทำอยู่แล้วต่อดีกว่า ส่วนเรื่องที่บอกว่าไม่สวย คือคนบนโลกนี้มีทั้งสวยและไม่สวย ตนก็ถือนำไปวิจารณ์ว่าไม่สวยอยู่บ่อยๆ จึงไม่ถือว่าเป็นการทำร้ายกันในโลกออนไลน์ (Cyber Bullying) เพราะตนเองก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่สวยเช่นกันอย่างไรก็ตาม การให้สัมภาษณ์ของนางสาวปารีณาครั้งนี้ เป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรก ตั้งแต่ประสบปัญหาถูกฟ้องร้องเรื่องที่ดินฟาร์มไก่ ราชบุรี รุกป่า โดยนางสาวปารีณาให้เหตุผลว่า เนื่องจากที่ผ่านมารู้สึกมืดแปดด้าน เพราะตนเองไม่มีความรู้ทางกฎหมาย เวลาใครพูดอะไร ตนก็จะเชื่อทั้งหมด จนไม่มีหลักที่จะยึด