หลังจากที่มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 29 ส.ค.60 ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก 6 กระทงรวม 20 ปี "นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด" อายุ 50 ปีเศษ อดีตพนักงาน บมจ.อสมท มีหน้าที่จัดทำคิวโฆษณา ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 กรณีทำให้ อสมท.เสียหาย
(ภาพจากคลังภาพใช้เพื่อประกอบ)จากการละเว้นไม่แจ้งการชำระค่าโฆษณาส่วนเกินจำนวน 138 ล้านบาท ของรายการ "คุย คุ้ยข่าว" ระหว่างปี 2548-2549 ที่ บจก.ไร่ส้ม และ "นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา" อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง" จัดดำเนินรายการ ซึ่งศาลอุทธรณ์ ก็พิพากษายืนสั่งปรับ "บจก.ไร่ส้ม" จำเลยที่ 2 รวม 6 กระทงเป็นเงิน 80,000 บาท กับลงโทษ "นายสรยุทธ" อายุ 53 ปีเศษกก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และน.ส.มณฑา ธีระเดช อายุ 46 ปีเศษ พนักงาน บ.ไร่ส้มฯ จำคุก 6 กระทง รวมจำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำผิด ซึ่งโทษจำคุกจำเลยทั้งหมดนั้นศาลไม่รอลงอาญา
ล่าสุดคดีนี้ มีการกำหนดนัดฟังคำพิพากษาฎีกาในวันที่ 21 ม.ค.63 นี้ เวลา 10.00 น. ณ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ซึ่งตามขั้นตอนเมื่อจำเลยทั้งหมดได้รับหมายศาลแจ้งวันนัดแล้ว ก็ต้องเดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัด นอกจากหากมีเหตุจำเป็นปัจจุบันทันด่วน หรือเจ็บป่วยฉุกเฉินกระทันหัน ต้องมอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาไปก่อน โดย "นายสรยุทธ" อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง และ "น.ส.มณฑา" จำเลยที่ 3-4 ได้ประกันตัวระหว่างฎีกาสู้คดี ใช้สมุดบัญชีเงินฝากเป็นหลักทรัพย์ที่ศาลฎีกาตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลและให้จำเลยต้องมารายงานตัวต่อศาลทุก 3 เดือน เช่นเดียวกับ "นางพิชชาภา" อดีตพนักงาน บมจ.อสมทจำเลยที่ 1 ก็ได้ประกันตัวไป 5 ล้านบาทเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา หรือนางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท , บจก.ไร่ส้ม , นายสรยุทธ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง , น.ส.มณฑา พนักงาน บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลยที่ 1- 4 คดีหมายเลขดำ อ.313/2558 เมื่อวันที่ 30 ม.ค.58 ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ , เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร , เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.6,8,