ปิยบุตร ชี้ เอกสารหลุดเป็นของจริง กกต.ร้อนตัว
14 ม.ค. 2563

ปิยบุตร สวน กกต. แทนที่จะชี้แจงเอกสารหลุดยุบอนาคตใหม่ แต่กลับหาที่มาคนปล่อย เท่ากับเป็นเรื่องจริง พร้อมอัดใช้ ม.66 ตั้งธงยุบพรรค พอไม่ได้งัด ม.72 เล่นงานแทน
ข่าว
14 ม.ค. 2563

ปิยบุตร สวน กกต. แทนที่จะชี้แจงเอกสารหลุดยุบอนาคตใหม่ แต่กลับหาที่มาคนปล่อย เท่ากับเป็นเรื่องจริง พร้อมอัดใช้ ม.66 ตั้งธงยุบพรรค พอไม่ได้งัด ม.72 เล่นงานแทน
นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงกรณีคณะกรรการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมหาสาเหตุที่ทำให้เอกสารการสอบสวนคดียุบพรรคในชั้นคณะอนุกรรมการของ กกต.หลุดออกมา และจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยมองว่า เป็นการแสดงให้เห็นว่าเอกสารดังกล่าวเป็นของจริง เพราะถ้าไม่จริง กกต.คงปฏิเสธไปนานแล้ว และแทนที่กกต. จะชี้แจงให้สิ้นสงสัย แต่กลับปกป้องตัวเองและใช้กฎหมายมาข่มขู่ ทั้งที่ควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุในเรื่องการทำงานของ กกต. เองมากกว่า พร้อมตั้งคำถามว่า พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ถูกร้องให้ยุบพรรคกรณีการกู้เงิน ไม่มีสิทธิรู้เลยใช่หรือไม่ ว่าคณะอนุกรรมการยกคำร้องไปแล้ว หลักกระบวนการพิจารณาที่ถูกต้องควรให้คู่ความโต้แย้งได้อย่างเต็มที่ การทำงานขององค์กรอิสระควรเดินตามนี้ กกต.เป็นองค์กรอิสระต้องประกันสิทธิให้คู่กรณี กกต.ไม่ใช่นักร้องทั่วไป แต่เป็นองค์กรอิสระ จึงควรมีหลักประสิทธิของคู่ความด้วยทั้งนี้ ส่วนตัวมีข้อสังเกต 2 ประการ คือ 1.กกต. อธิบายชัดเจนว่าเรื่องนี้แยกออกเป็นสองช่องทาง คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ.2560 มาตรา 66 ว่าด้วยการที่บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินสิบล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปีมิได้ และ มาตรา 72 ว่าด้วยการห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ซึ่ง กกต. เคยเรียกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และเหรัญญิกของพรรคอนาคตใหม่ ไปเป็นพยานเพื่อให้ข้อมูลตามมาตรา 66 แต่กลับใช้คำให้การเรื่องนี้มายุบพรรคโดยอ้างมาตรา 72 ทั้งที่ไม่เคยเรียกให้ไปชี้แจงกรณีตามมาตรา 72 แต่อย่างใด 2.กรณีนี้มีการยกคำร้องถึงสองครั้งแล้ว พฤติกรรมแบบนี้เรามีสิทธิตั้งคำถามหรือไม่ ว่าเมื่อ กกต.ต้องการดำเนินการให้เป็นไปตามธงที่ตั้งไว้ตามมาตรา 66 แต่พอไม่ตรงธง จึงมาดำเนินการตาม 72 ถือว่าเป็นการตั้งธงหรือไม่
สำหรับคดีถือหุ้นบริษัทวีลัคมีเดีย ได้มีการต่อสู้ว่ากระบวนการพิจารณาของ กกต. ไม่ชอบ แต่ศาลรัฐธรรมนูญยืนยันว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว ดังนั้นครั้งนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่า เมื่อคณะอนุกรรมการถึงสองคณะยกคำร้องแล้ว ต้องติดตามดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับรองกระบวนการพิจารณาของ กกต.หรือไม่ เมื่อเทียบกับคดีถือหุ้นบริษัทวีลัคมีเดียเมื่อถามถึงกรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาเปิดเผยว่ามีพรคการเมืองกู้เงินแบบเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ / นายปิยบุตร กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยให้ความเห็นต่อสาธารณะแล้วว่า พรรคการเมืองมีการกู้เงินกันหลายพรรค แต่เวลานั้นมีการโต้เถียงกันว่า ตอนนั้นเป็นกฎหมายพรรคการเมืองเก่า แต่ตนยืนยันว่าปัจจุบันมีหลายพรรคการเมืองกู้เงินภายใต้กฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในงบการเงินที่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ และที่สำคัญการกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่มีสัญญากู้เงิน ดอกเบี้ย และการชำระเงินบางส่วนอย่างไรก็ตาม การกู้เงินของพรรคการเมืองกระทำได้ โดยไม่มีกฎหมายห้าม แต่ตนไม่อยากแสดงความคิดเห็นว่า เมื่อพรรคอนาคตใหม่โดนแล้ว พรรคการเมืองอื่นต้องโดนไปด้วยหรือไม่ แต่ขอไม่ก้าวล่วง และเมื่อการดำเนินการกับพรรคอนาคตใหม่ไม่ถูกต้อง ก็ขอให้ยุติเรื่องนี้ วันข้างหน้าถ้าไม่อยากให้พรรคการเมืองกู้เงินกันก็ต้องเขียนกฎหมายให้ชัดเจน
ข่าวล่าสุด