นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปราย ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ปี 2563 ในส่วนของงบประมาณรายจ่ายหน่วยงานของศาล โดยช่วงหนึ่งนายปิยบุตรได้ตั้งคำถามถึงโครงการในส่วนของศาลปกครอง เรื่องของงบประมาณเบี้ยการประชุม ที่มีการของบประมาณเพิ่มขึ้นจากปี 2562 ประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งการเพิ่มขึ้นของงบประมาณในส่วนนี้ไม่ได้เกิดจากจำนวนตุลาการศาลเพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะว่ามีการเพิ่มเบี้ยประชุม ดังนั้นจึงขอตั้งคำถามว่าการกระทำแบบนี้เกิดความยุติธรรมต่ออาชีพอื่นหรือไม่ ซึ่งการที่ประธานและ ส.ส.มาประชุมวันนี้ 3 วัน3 คืน ทุกคนก็ไม่ได้เบี้ยการประชุม และก็ไม่ได้ต้องการเพราะเปลืองงบประมาณแผ่นดิน เงินเดือนเป็นแสนก็เพียงพอแล้ว แต่ศาลปกครองมีทั้งเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง มีบ้านพัก มีรถประจำตำแหน่ง ใครไม่มีรถก็จะได้รับเป็นค่าเช่ารถ ตกลงอาชีพนี้อาชีพเดียวหรอที่จะได้เงินเดือนขนาดนี้ ที่จะได้สวัสดิการขนาดนี้ จะได้เบี้ยประชุมขนาดนี้จากนั้น นายศุภชัย โพธ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ทักท้วงให้นายปิยบุตรสรุป ซึ่งนายปิยบุตร ได้กล่าวตอบว่า "อันนี้เป็นโครงการสุดท้ายที่จะอภิปรายขอตัดแล้วครับท่านประธาน ขออนุญาตท่านประธานนิดนึงครับ ก็คือว่า ผมก็ไม่รู้หรอกว่าผมจะได้อภิปรายในสภาแห่งนี้อีกนานเท่าไหร่ เพราะตอนนี้เดินไปไหนมาไหนเนี่ย ทุกท่านวิเคราะห์กันหมดในสภาแห่งนี้ว่าพรรคผมโดนยุบ ผมโดนตัดสิทธิ์ แหม่ ส.ส. ผมตอนนี้เนื้อหอมนะครับ เดินติดต่อกันทั้งสภาเลย ถือซะว่าผมก็ไม่รู้ว่าผมจะได้อภิปรายอีกไหม แต่วันนี้ผมเตรียมข้อมูลมาเป็นประโยชน์ ผมหวังว่าท่านจะให้โอกาสผม โครงการสุดท้าย"จนทำให้ นายศุภชัย ได้กล่าวให้กำลังใจกับนายปิยบุตรจากนั้น นายปิยบุตร ได้อภิปรายต่อว่า การกระทำแบบนี้ของศาลปกครอง ถือว่าไม่ยุติธรรมกับ คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ รวมถึงไม่เสมอภาคกันเองในวงการศาล เพราะศาลชั้นต้นก็ไม่ได้ ได้แต่ศาลสูง และการทำงานศาลชั้นต้นก็มีภารกิจไม่น้อยไปกว่าศาลสูง ดังนั้นตนเห็นว่าเมื่อเห็นศาลฎีกาทำกันศาลปกครองก็ไม่ควรทำตาม ตรงกันข้ามควรจะไปหาทางยกเลิกเบี้ยประชุมของศาลฎีกาให้ได้ด้วย เพราะจะประหยัดงบประมาณของประเทศได้จำนวนมาก อีกทั้งเบี้ยประชุมเหล่านี้ไม่ได้มีการเสียภาษี ไม่ได้นำไปคำนวณการเสียภาษี ดังนั้นจึงมองว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องการให้ที่ประชุมช่วยกันพิจารณาตัด