เนชั่นทีวี

ข่าว

พาณิชย์ดันใช้ไอเอยกระดับสำนักงานบัญชี

07 ม.ค. 2563 | orawan_jan

พาณิชย์ดันใช้ไอเอยกระดับสำนักงานบัญชี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้ายกระดับสำนักงานบัญชีเป็นสำนักงานบัญชีดิจิทัล เตรียมเข้าไปช่วยผลักดันให้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการทำบัญชี ช่วยจัดทำเครื่องมือและโปรแกรมที่เหมาะสม

นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ปี 2563 กรมฯมีนโยบายและแผนงานที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีได้เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่ององค์ความรู้และเครื่องมือทางด้านเทคโนโลยีให้พร้อมรับกับระบบเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อเตรียมความพร้อมให้สำนักงานบัญชีคุณภาพสามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางด้านการบัญชีและการบริหารจัดการตลอดจนปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากแบบดั้งเดิมไปสู่การเป็นสำนักงานบัญชีดิจิทัล (DigitalAccounting Firm) ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีมีความเป็นมืออาชีพและมีธรรมาภิบาลและตระหนักถึงความสำคัญต่อการพัฒนาและเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านมาตรฐานการบัญชีให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของวิชาชีพและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น

 

สำหรับแนวทางในการดำเนินงาน ได้กำหนดไว้ 4 ด้าน ได้แก่ 1.เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีและการเปลี่ยนแปลงเป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพสู่สำนักบัญชีดิจิทัล (Transformto Digital Accounting Firm) เช่นการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือหุ่นยนต์ (Robot) มาใช้ในการทำบัญชี การประมวลผล การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น

 

2.กำหนดหลักเกณฑ์ โครงสร้างและรูปแบบของสำนักงานบัญชีดิจิทัลโดยคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหาเครื่องมือและโปรแกรมที่มีความเหมาะสมกับธุรกิจสำนักงานบัญชีเพื่อให้สำนักงานบัญชีคุณภาพนำไปใช้ในการดำเนินการและวัดผลแบบ Self-Assessment

 

3.จัดประกวดสำนักงานบัญชีคุณภาพที่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นสำนักงานบัญชีดิจิทัลที่สามารถให้บริการลูกค้าด้วยเทคโนโลยีได้ครบวงจรพร้อมจัดพิธีมอบรางวัลสำนักงานบัญชีดิจิทัลดีเด่นเพื่อกระตุ้นให้สำนักงานบัญชีเกิดการตื่นตัว

 

4.การถอดบทเรียนในการทำต้นแบบสำนักงานบัญชีดิจิทัลพร้อมทั้งเผยแพร่ไปยังหน่วยงาน สำนักงานบัญชีและผู้ทำบัญชีอื่นๆเพื่อพลิกโฉมสำนักงานบัญชีไทยสู่ Digital Accounting Firm สร้างความเชื่อมั่นข้อมูลทางบัญชีและการเงินด้วยนวัตกรรม

 

ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 25 ธ.ค.2562) มีสำนักงานบัญชีคุณภาพ จำนวนทั้งสิ้น 162 ราย แบ่งเป็นภาคกลางจำนวน 50 ราย ภาคเหนือจำนวน 17 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 10 ราย ภาคใต้จำนวน 21 ราย และกรุงเทพฯ จำนวน 64 ราย

ข่าวล่าสุด