นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงการเมืองที่ผ่านมา ว่า หากปีหน้า รัฐบาลมีงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 แล้ว และสามารถผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้ ก็ถือว่าหมดปีแรกในการทำงานของรัฐบาล ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีเสียงปริ่มน้ำ แต่ก็สามารถประคับประคองผ่านมาได้ ถึงจะไม่ราบรื่นมากนักแต่ก็ถือว่าใช้ได้ โดยภายในพรรคร่วมก็ยังมีความเป็นปึกแผ่น และจากบรรยากาศในช่วงโค้งสุดท้าย รัฐบาลยังมีเสถียรภาพบริหารจัดการได้ หากปีหน้ามีสถานการณ์ที่มาเติมเสียงให้รัฐบาล ก็จะเสริมสร้างความเข้มแข็งได้ ส่วนสิ่งที่น่าห่วงในปีหน้า คือเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลต้องสู้อย่างเต็มที่และทำงานอย่างหนัก ปี 2562 ถือเป็นปีที่ไม่สดใส เศรษฐกิจและการค้าของโลกถดถอย สืบเนื่องจากสงครามทางการค้า ทำให้เกิดผลกระทบมาถึงประเทศไทย ปีหน้าจะเป็นปีที่ทุ่มเทสรรพกำลังเข้าไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งงบประมาณปี 2563 จะออกมาในเวลาที่ใกล้เคียงกับงบประมาณปี 2564 ก็ถือเป็นก้อนเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เกิดการลงทุนภาครัฐมากขึ้น
จึงเชื่อว่า แนวโน้มเศรษฐกิจจะดีขึ้นกว่าในปี 2562 อย่างแน่นอน แต่ต้องระมัดระวังเรื่องเสถียรภาพของเงินบาทให้มีเหมาะสม โดยต้องมีมาตรการดูแลที่เป็นสากล เพื่อส่งเสริมเรื่องการส่งออกและการท่องเที่ยว รวมทั้งต้องดูแลหนี้สาธารณะ สินค้าการเกษตร SME ตลอดจนพัฒนาแรงงานให้มีศักยภาพที่เท่าทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง ปรับโครงสร้างการแข่งขันของประเทศให้มีต้นทุนผลิตที่ต่ำ เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลทำงานไม่มีเอกภาพ / นายสุวัจน์ มองว่า เป็นเรื่องของการทำงาน