เนื้อหาสาระสำคัญของการเสวนาวันนั้น เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านคงได้รับข้อมูลอันเป็นประโยชน์แล้วไม่มากก็น้อยผ่านช่องทางสื่อต่างๆ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังคือบางส่วนบางตอนที่ผมได้มีโอกาสได้รับเกียรติสนทนาพูดคุย และแลกเปลี่ยนทัศนคติกับ "ท่านนายกฯ ลุงตู่" แบบกันเองเป็นส่วนตัว
ก่อนอื่น นอกเหนือจากการที่ "ท่านนายกฯลุงตู่" ชมว่าผมหล่อและหนุ่มขึ้นเป็นประโยคแรกแล้ว ผมต้องขออภัยที่ไม่อาจเล่าทั้งหมดของบทสนทนาในวันนั้นได้ เพราะอาจมีผลกระทบต่อบุคคลที่สามอื่นๆ แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้จากการพูดคุยคือ
"นายกฯลุงตู่" เป็นคนมีธรรมะในใจ
หนึ่งในบทสนทนานั้น ท่านได้กล่าวให้ความเห็นปิดท้ายว่า "ก็ไม่มีตัวเขา ไม่มีตัวเรา มันก็สมมติกันทั้งนั้น"
ซึ่งนี้อาจฟังเป็นประโยคง่าย แต่คือ "หัวใจ" และ "แก่นสารหลัก" ของธรรมะคำสั่งสอนของ "พระพุทธองค์"
"การรู้แจ้ง" หรือ "วิชชา" คือ การรู้ใน "อริยสัจ 4" ซึ่งประกอบด้วย
1. การรู้ใน "ทุกข์" ว่าจิตเราต้องเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิต่างๆ เกิดๆ ตายๆ ไม่รู้จบสิ้นใน "วัฏสงสาร"
2. การรู้ใน "เหตุแห่งทุกข์" (สมุทัย) ว่าจิตเราสร้าง "ความคิด" ขึ้นมาเอง สุขหรือทุกข์ อยู่ที่ "ความคิด" เราทั้งนั้น และ "ความคิด" นั้นเชื่อมโยงมาจากการทำงานของ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (อายตนะ) และ สร้างการ "ปรุงแต่ง" จนทำให้เกิดการ "ยึด" และ "หลง" ว่า "ตัวเรา" นั้นเป็น "เรา"
เมื่อหลงเองว่ามี "เรา" จึงมี "ของเรา" "ของเขา" จึงมี "ตัณหา" รัก โลภ โกรธ หลง... อยากได้ในสิ่งชอบ ไม่ได้ก็โกรธ เป็นต้น