"วชิรวิทย์รายวัน" สามารถลงมายืนรายงานข่าวอยู่ก้นคลองขุน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้นั่นก็หมายความว่า สัญญาณภัยแล้งปีนี้รุนแรง และมาเร็วกว่าทุกปี เนื่องจากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน ในเดือนธันวาคม จะไม่สามารถลงมายืนอยู่บริเวณนี้ได้เลย
คลองขุนนั้น เป็น คลองสาขาที่แตกย่อยออกมาจากแม่น้ำน้อย - แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแหล่งน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา หล่อเลี้ยงชาวอำเภอวิเศษชัยชาญ หลังจากน้ำในคลองแห้งขอด การประปาส่วนภูมิภาค วิเศษชัยชาญ จึงต้องลดแรงดันน้ำ และแจ้งเตือนให้ชาวบ้านสำรองน้ำไว้ใช้ฉุกเฉิน ส่วนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา ทั้งหมดถูกส่งมาจาก การประปาจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเดิมส่งมาเพียง 4,500 ลูกบาศก์เมตรก็เพียงพอแล้ว แต่ต้องขยับเพิ่มขึ้นมาเป็น 5,000 ลูกบาศก์เมตร ขณะที่ความต้องการใช้น้ำของคนในอำเภอวิเศษชัยชาญ อยู่ที่ 6,500 ลูกบาศก์เมตร ส่วนน้ำดิบที่ว่าส่งมาจากการประปาอ่างทองก็มาจากแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นกัน
สภาพคลองขุนที่แห้งขอดนี้ ไม่ต่างอะไรจากคลองสาขา ของแม่น้ำเจ้าพระยา อื่นๆ ที่มีลักษณะไม่ต่างกัน ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาในพื้นที่ จังหวัดอ่างทอง สระบุรี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา อาจมีน้ำไหลค่อย การประปาส่วนภูมิภาคจึงแจ้งเตือนว่าปีนี้ภัยแล้งมาเร็วและรุนแรงกว่าทุกปี ขอให้สำรองน้ำไว้ใช้เพื่อรับมือกับวิกฤต
เมื่อช่วงประมาณเดือนกรกฎาคม "วชิรวิทย์รายวัน" พึ่งจะขึ้นมาทำข่าวเกี่ยวกับน้ำท่วมพื้นที่ภาคเหนือ กระทั่งเกิดดินสไลด์ถล่มในบางพื้นที่ คาดว่าจะมีปริมาณน้ำต้นทุนไหลมาเติมเขื่อนใหญ่ต่างๆ จนสามารถทำให้ดูแล้งในปีหน้าพ้นขีดอันตราย
แต่ถึงอย่างนั้น ฝนที่ทิ้งช่วงมานาน แบะเพิ่งมาตกช่วงปลายฤดู แม้จะตกลงมาอย่างหนัก แต่ก็ไม่เพียงพอ เพื่อใช้ในฤดูแล้งในปีต่อไป ผลกระทบเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งนี่เป็นเพียงสัญญาณเริ่มต้นเท่านั้น
#วชิรวิทย์รายวัน #วชิรวิทย์ #Vajiravit #VajiravitDaily #Nation #NationTV22