จากกรณี เมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา นายบุญเขตร์ พุ่มทิพย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ซึ่งเป็น 1 ในผู้ลงสมัครรับเลือกเป็นกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ชั้นอุทธรณ์ (เลือกซ่อม 1 ตำแหน่ง)ได้ยื่นหนังสือถึง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา , คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) และ ก.บ.ศ. ตรวจสอบระบบประมวลผลการลงคะแนนเลือก ก.บ.ศ. ชั้นอุทธรณ์ 1 คน เมื่อวันที่ 24 ต.ค.62 ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนวิธีลงคะแนนด้วยบัตรกระดาษ (ส่งไปรษณีย์จากผู้พิพากษามีสิทธิเลือกทั่วประเทศ) มาใช้วิธีการลงผลคะแนนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้สามารถลงคะแนนผ่านมือถือในแอพพิเคชั่น i-Vote และเก็บข้อมูลการลงคะแนนด้วยระบบบล็อกเชน ตามระเบียบ ก.บ.ศ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือก ก.บ.ศ. (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 เนื่องจาก นายบุญเขตร์ มีข้อสงสัยในการประมวลผลนับคะแนนว่าจะมีความผิดปกติทำให้ผลการเลือกตั้งไม่ตรงตามความจริงหรือไม่ ขณะที่มีรายงานว่า จะมีการนำเรื่องนี้สู่ที่ประชุม ก.ต. วันที่ 24 ธ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.62 นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการขอตรวจสอบระบบว่า ระบบลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์นี้ จะมี outsource บริษัทเอกชนภายนอกดูแลระบบบล็อกเชนที่ต้องใช้เทคโนโลยีซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมดที่ทำด้วยความโปร่งใส ซึ่งกรณีดังกล่าวตนในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการคัดเลือก ก.ต./ก.บ.ศ./ก.ศ. นั้น ก็ได้มีหนังสือแจ้งไปยัง outsource ให้ทำการตรวจสอบระบบซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเทคนิคแล้ว
ซึ่งในการประชุม ก.ต.วันที่ 24 ธ.ค.นี้ หากสอบถามในรายละเอียดก็มีข้อมูลพร้อมนำเสนอทั้งหมดที่มีการตรวจสอบมาแล้ว อย่างไรก็ดีในส่วนที่เรานำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการลงคะแนนและประมวลคะแนนนั้น สร้างความสะดวกจากที่ต้องส่งบัตรคะแนนทางไปรษณีย์จากทั่วประเทศมานับยังสำนักงานศาลยุติธรรมนี้ ซึ่งช่วยลดแรงงานคนนับบัตร และลดเวลาที่ปกติใช้เวลานานเป็นวันๆโดยตามการประเมินผลระบบพบว่าจากการเลือก คณะกรรมการ 3 ก.ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้คนลดลง 279 คน และเวลาทำงานลดลง 47 วัน ประหยัดค่าใช้จ่ายลง 347,420.17 บาท
ขณะที่การลงคะแนนระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้พิพากษาแต่ละคนผ่านมือถือก็ต้องมีรหัส OTP เฉพาะของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หากจะมองว่าเป็นการทุจริตจึงเป็นไปได้ยาก โดยตนขอย้ำว่าการนำระบบมาใช้นั้นเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ตนไม่ได้มีประโยชน์กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือเพื่อประโยชน์ของใคร ขณะที่ไม่ว่าจะระบบใดก็พร้อมตรวจสอบได้ตรงไปตรงมา ไม่มีเรื่องการช่วยเหลือใคร