"วชิรวิทย์รายวัน" โทรสอบพูดคุยเรื่องนี้จากนักจิตวิทยาคลินิก และเป็นนักวิชาการด้านการคุ้มครองเด็ก ซึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับเด็กรังแกกันคนแรกของประเทศไทย ผศ.ดร.สมบัติ ตาปัญญา ซึ่งอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่และกระทรวงศึกษาฯ กำลังเชิญ ให้มาร่วมประชุมเพื่อถกหาทางแก้ไขในระยะยาวเกี่ยวกับเด็กรังแกกันในวันที่ 26 ธันวาคมนี้
"ดร.สมบัติ" บอกว่าเด็กที่ถูกรังแกต่อเนื่องจะแสดงอาการอยู่ 2 ประเภท คือ 1.เก็บกดจนมีอาการซึมเศร้าและทำร้ายตัวเอง และ 2.แสดงออกภายนอกด้วยการลงมือกระทำความรุนแรง ต่อสู้จนกลายเป็นอาชญากรเด็ก
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีหลายเคสที่เกิดเป็นข่าวและไม่เกิดเป็นข่าว ที่เป็นความรุนแรงในโรงเรียนอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งเกิดมาจากการกลั่นแกล้งกัน งานวิจัยที่ตนเคยทำเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนพบว่ามีเด็กถูกรังแกถึง 40% เพราะฉะนั้นที่ปรากฏเป็นข่าวอาจจะเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น
กรณีเด็ก ม.1 ลงมือยิงเพื่อนที่ล้อเลียน จนเสียชีวิตมีการสันนิษฐานว่าเป็นการเลียนแบบการใช้ความรุนแรงจากเกมด้วยนั้น นักจิตวิทยาคลินิก บอกว่ามีหลายปัจจัยที่เป็นแรงหนุนให้เกิดความรุนแรงไม่เฉพาะแค่การเลียนแบบเกม แต่พฤติกรรมของผู้ใหญ่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือคนอื่นๆ ที่หาทางออกด้วยการใช้ความรุนแรง ก็มีส่วนให้เด็กเลียนแบบได้ รวมไปถึงละคร ภาพยนตร์ต่างๆเพราะฉะนั้นในแต่ละเคสจึงไม่ควรลงน้ำหนักว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ต้องพิจารณาเป็นรายๆไป