เนชั่นทีวี

ข่าว

อีไอซีคาดดอกเบี้ยนโยบายอาจปรับลด 1 ครั้ง เหตุเศรษฐกิจเปราะบาง

20 ธ.ค. 2562 | orawan_jan

อีไอซีคาดดอกเบี้ยนโยบายอาจปรับลด 1 ครั้ง เหตุเศรษฐกิจเปราะบาง

อีไอซี ประเมินปี 2563 กนง.มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า เหตุเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า การบริโภคภาคเอกชนโดยเฉพาะสินค้าคงทนมีโอกาสหดตัว และเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นอีก

ดร.กําพล อดิเรกสมบัติ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและตลาดเงินศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) กล่าวว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% จากแนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัว "ต่ำกว่าที่ประเมินไว้" และ"ต่ำกว่าระดับศักยภาพ" 


รวมไปถึงอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายโดยอีไอซีคาด ว่ากนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องที่1.25% ในปี 2563 จากความเสี่ยงด้านต่ำในต่างประเทศที่ปรับลดลงและต้องการรักษา policy space เพื่อรองรับความเสี่ยงในระยะต่อไป


ทั้งนี้ ความเสี่ยงจากต่างประเทศทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน และสถานการณ์ Brexit ปรับลดลง สหรัฐฯประกาศยกเลิกการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในรอบเดือนธันวาคม และลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีนที่ประกาศขึ้นในช่วงก่อนหน้าลงบางส่วน ในขณะที่จีนให้คำมั่นสัญญาใน 7 ประเด็นหลักที่เป็นข้อพิพาทในช่วงก่อนหน้าโดยคาดว่าจะลงนามภายในไตรมาสแรกของปี 2563 จึงทำให้แนวโน้มการค้าและภาคการผลิตของโลกปรับดีขึ้น


อย่างไรก็ดีอีไอซีมองว่ามีโอกาส 40% ที่ กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 1ครั้ง ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 หากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ และคุณภาพสินเชื่ออ่อนแอกว่าที่คาดรวมถึงความเสี่ยงการกลับมาแข็งค่าของเงินบาท


นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ยังมีโอกาสฟื้นตัวช้า กล่าวคือการบริโภคภาคเอกชนโดยเฉพาะสินค้าคงทน (ยอดขายรถยนต์เป็นหลัก) ยังมีโอกาสหดตัวส่วนการลงทุนภาคเอกชนก็มีแนวโน้มชะลอลงเช่นกัน สะท้อนจากดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม(MPI) ที่ยังมีแนวโน้มติดลบต่อเนื่อง และ capacity utilizationที่ยังปรับลดลงเช่นกัน 


ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินที่ยังคงมีอยู่การก่อหนี้ใหม่ในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับชะลอลงตามการให้สินเชื่อที่มีแนวโน้มชะลอลงแต่คุณภาพสินเชื่อยังคงด้อยลงต่อเนื่อง สะท้อนจากสัดส่วนหนี้เสียที่ยังคงเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ SMEsการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจึงอาจช่วยลดภาระหนี้สินลงได้


ค่าเงินบาทที่ยังมีโอกาสปรับแข็งค่าขึ้นได้แม้ในช่วงที่ผ่านมา การแข็งค่าของเงินบาทจะชะลอลงหลังจากที่ ธปท.ได้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์กำกับดูแลการแลกเปลี่ยนเงิน แต่อย่างไรก็ดีด้วยแนวโน้มการคงดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ทำให้โอกาสที่เงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่ามีน้อยลง ประกอบกับความเสี่ยงจากสงครามการค้าที่ลดลงทำให้ความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์ในประเทศตลาดเกิดใหม่อาจมีมากขึ้น 


ดังนั้นความเสี่ยงที่ค่าเงินบาทจะกลับมาแข็งค่าจึงยังมีอยู่และการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะช่วยลดแรงกดดันต่อเงินบาทได้


อีไอซี คาด ธปท. เตรียมปรับกรอบเงินเฟ้อเพื่อช่วยให้สอดคล้องกับพลวัตเงินเฟ้อและเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมากขึ้นจากการรายงานของสำนักข่าวในประเทศ ธปท. ร่วมกับกระทรวงการคลังกำลังพิจารณาและประเมินกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่เหมาะสมสำหรับในปี 2563 เพื่อเสนอต่อครม. เห็นชอบ โดยอีไอซี คาดว่ากรอบเงินเฟ้ออาจถูกปรับลงมาอยู่ที่ 1-3% (จากเดิม1-4%) และจะยกเลิกการใช้ค่ากลาง (เดิมอยู่ที่ 2.5%) 


โดยสาเหตุที่ ธปท. ต้องการปรับลดขอบบนของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อมาจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำและมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นช้ากว่าในอดีตไม่ว่าจะเป็นผลจากการขยายตัวของธุรกิจ e-commerce การแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้นพัฒนาการของเทคโนโลยีที่ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่จะทำให้การซื้อสินค้า และบริการมีแนวโน้มลดลงการปรับกรอบเงินเฟ้อจึงมีความจำเป็นเพื่อให้เหมาะสมกับพลวัตอัตราเงินเฟ้อและเศรษฐกิจไทยที่เปลี่ยนไป


อีไอซี มองว่าหลังการยกเลิกการใช้ค่ากลาง กนง.อาจดำเนินนโยบายการเงินโดยให้น้ำหนักต่อเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพระบบการเงินมากขึ้นสำหรับผลของการปรับกรอบเงินเฟ้อในระยะปานกลางถึงยาวนั้น อีไอซีมองว่าอาจมีผลให้คาดการณ์เงินเฟ้อปรับต่ำลง จึงทำให้ กนง.อาจไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้มากนักในระยะต่อไป ซึ่งหมายถึงขีดความสามารถในการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตจะมีน้อยลงตามไปด้วย

ข่าวล่าสุด