นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศลรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายเชวงศักดิ์เร่งไพบูลย์วงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตร "ลูกค้าติด ธุรกิจโต Go Online" กิจกรรมสร้างนักธุรกิจบริการมืออาชีพ ณโรงแรมสยามริเวอร์รีสอร์ท จังหวัดชัยภูมิด้วยกระทรวงพาณิชย์เห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูงได้แก่ โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร สุขภาพและความงาม-กีฬา ดิจิทัลคอนเทนท์ธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆเพื่อพัฒนาการตลาดจากรูปแบบออฟไลน์แบบดั้งเดิมให้สามารถขยายตลาดสู่ช่องทางออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางที่มีศักยภาพและมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันอย่างมากโดยสามารถตอบสนองความต้องการและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างตรงจุด อีกทั้งช่องทางออนไลน์ยังเป็นหน้าด่านสำคัญที่ช่วยเปิดตลาดและสร้างการรับรู้ให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักและกระตุ้นความต้องการเข้ามาใช้บริการได้เป็นอย่างดี
"ประเด็นหลักในการสัมมนาฯ คือการชี้นำทิศทางและสร้างโอกาสของธุรกิจบริการเพื่อเชื่อมโยงกับธุรกิจท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่เทคนิคการทำ Marketing Content การลงมือปฏิบัติจริง (Workshop) เพื่อนำธุรกิจขึ้นสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ได้ทันทีหลังจบหลักสูตรโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมมือกับ 2 หน่วยงานพันธมิตร คือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซชื่อดัง บริษัทลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด"
อย่างไรก็ตาม ผลสำเร็จที่จะได้รับจากการสัมมนาฯคือการสร้างโอกาสและช่องทางการทำธุรกิจที่มากขึ้นผ่านการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดเปลี่ยนจากการรอลูกค้าเดินเข้าร้านแบบเดิมๆเป็นการทำโปรโมชั่นเชิงรุกดึงดูดใจลูกค้า หรือคูปองส่วนลดผ่านทาง e-Marketplaceที่จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้นประกอบกับรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลดิสรัปชั่น ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้ดำเนินการจัดงานสัมมนาฯ ใน 5 จังหวัดเมืองรอง ได้แก่ ชุมพร อุตรดิตถ์ หนองคายชัยภูมิ และนนทบุรี โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาธุรกิจบริการให้ได้กว่า 300 ราย หลังจากนั้นจะคัดเลือกธุรกิจที่มีศักยภาพเข้ารับการบ่มเพาะเชิงลึกแบบ One on OneCoaching ณสถานประกอบการ เพื่อวิเคราะห์หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและพัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางการค้าตามความเหมาะสมของผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายต่อไป
"ธุรกิจบริการเป็นภาคธุรกิจที่มีความสำคัญต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่าในปี 2561GDP ภาคบริการมีมูลค่า 7.1 ล้านล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 43.5 ของGDP ทั้งหมดมีจำนวนธุรกิจบริการถึง 1.2 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 40 ของจำนวนธุรกิจไทยทั้งหมดโดยมีการจ้างงานจากภาคบริการถึง 6.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 45 ของการจ้างงานทั้งหมด มีมูลค่าการส่งออกบริการจำนวน 75,354 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยภายในระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา มีอัตราการขยายตัวถึงร้อยละ 12จะเห็นได้ว่าภาคบริการมีแนวโน้มการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นจึงมั่นใจว่าธุรกิจบริการจะเป็นพระเอกสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้มีความเข้มแข็งและก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง"รมช.พณ.กล่าวทิ้งท้าย