ผลกระทบที่เริ่มปรากฎให้เห็นไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของ ภาคประชาคม ที่ติดตามและคัดค้านโครงการมาตั้งแต่ต้น "อ้อมบุญ ทิพย์สุนา" เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน บอกว่าปัญหาการสร้างเขื่อน ภาคประชาชนได้เข้าร่วมเวทีปรึกษาหารือล่วงหน้าก็จริง แต่ข้อกังวบที่เคยเสนอไปไม่ได้รับการแก้ไข ยกตัวอย่างกรณีเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งพูดมาเป็น 10 ปีแล้วกระทั่งสร้างเสร็จ เราเคยถามไปแล้วในถึงผลกระทบในทุกๆด้าน และวันนี้ผลกระทบที่เคยแสดงความกังวลไว้ก็เกิดขึ้นจริง คำถามคือใครเป็นผู้รับผิดชอบ กฟผ. ช.การช่าง หรือรัฐบาล
"กระบวนการศึกษาผลกระทบ ที่ผ่านมาเพียงพอหรือไม่ เมื่อความจริงแล้วรู้อยู่ว่าเมื่อสร้างเขื่อนตะกอนจะหาย รู้อยู่แล้วว่าปลาจะมีผลกระทบ รู้อยู่แล้วแล้วไง?" อ้อมบุญกล่าว
และมากกว่านี้ยังถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ในฐานะที่เป็นแกนนำในการเรียกร้องต่อต้านก็มีกรณีหน่วยงานความมั่นคงเข้ามาตรวจสอบพูดคุย
"ชีวิตสองคนสองฝั่งแม่น้ำโขงเป็นชีวิตที่ไร้ทางเลือกเมื่อหาปลาไม่ได้ก็ไปขายยาดีกว่า ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรกกำลังจะมีการสร้างเขื่อนหลวงพระบางซึ่งก็จะเข้าทำนองเดิม ปรึกษาหารือล่วงหน้าเพื่อรับฟังผลกระทบเพื่อเป็นพิธีกรรมเท่านั้น"
"มนตรี อุดมพงษ์" ผู้สื่อข่าว 3 มิติ ที่ลงพื้นที่ทำข่าวความเปลี่ยนแปลงแม่น้ำโขง บอกว่า เมื่อแม่น้ำโขงลดระดับลง ก็กระชากเอาน้ำในแม่น้ำสาขาลงมาด้วย เกิดภาวะน้ำแล้งในลำน้ำสาขา
นอกจากนี้ยังอาจมีอาชญากรรมเกิดขึ้นหลังจากน้ำโขงตื้น รถยนต์สามารถลงมาจอดเทียบกับเรือกลางแม่น้ำโขงได้ มีการขนถ่ายสินค้าที่ไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสินค้าดังกล่าวนั้นคือสินค้าอะไร
ข้อมูลที่ มนตรีได้ระหว่างการทำข่าวทำให้รู้ว่าการตัดสินใจสร้างเขื่อน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเสมอไป
รายงานข่าวจากวิทยุเสรีประเทศลาว ระบุว่า สร้างเขื่อนปากแบงและเขื่อนปากลาย ยังไม่สามารถสร้างได้เพราะว่ามีผลกระทบ ประชาชนฝั่งไทย เขต จ.เชียงรายและบางส่วนใน สปป.ลาว แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็คือผู้พัฒนาโครงการกำลังเจรจาเรื่องสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า ซึ่งยังตกลงกันไม่ได้ นั่นหมายความว่าการสร้างเขื่อนจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ส่วนหนึ่งอยู่ที่สัญญาซื้อขายไฟฟ้า