(๑) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒
(๒) ก.ตร. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการข้าราชการตำรวจทั้งหมดให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือมีการกระทำหรือมีคุณลักษณะไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการข้าราชการตำรวจ
(๓) ตาย หรือมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ หรือลาออก
(๔) สมัครรับเลือกตั้งหรือยินยอมให้เสนอชื่อเข้ารับการเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะผู้บริหารท้องถิ่น
(๒) ให้เลขานุการ ก.ตร. ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่ได้รับการเสนอรายชื่อตาม (๑)แล้วจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลดังกล่าวที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของการเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ เสนอกรรมการข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๓๐ (๑) (๒) และ (๓)เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบให้ใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยเปิดเผย ผู้ซึ่งได้รับความเห็นชอบจะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๓๐ (๑) (๒) และ (๓) ทั้งหมดที่มาประชุมจึงจะถือว่าเป็นผู้ที่ได้รับการสรรหาเพื่อเสนอให้วุฒิสภาเลือกต่อไป
(๓) ในกรณีที่ไม่มีบุคคลใดได้รับคะแนนเสียงตาม (๒) หรือมีแต่ยังได้ไม่ครบตามจำนวนให้ดำเนินการตาม (๑) และ (๒) สำหรับจำนวนบุคคลที่ยังขาดอยู่ จนกว่าจะได้ครบตามจำนวนเพื่อเสนอให้วุฒิสภาเลือกตามกฎหมาย
(๔) ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสนอบัญชีรายชื่อบุคคลผู้ที่ได้รับการสรรหาตาม (๓) โดยเรียงลำดับตามตัวอักษรไปยังประธานวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภาพิจารณาดำเนินการเลือกให้เหลือ ตามจำนวนที่กฎหมายบัญญัติต่อไป
(๕) เมื่อได้รับแจ้งรายชื่อบุคคลตาม (๔) ที่ได้รับเลือกจากวุฒิสภาแล้ว ให้เลขานุการ ก.ตร. เสนอรายชื่อไปยังประธาน ก.ตร. เพื่อประกาศแต่งตั้งเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิต่อไป
ในกรณีเป็นที่สงสัยว่ากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดพ้นจากตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจหรือไม่ ให้ ก.ตร. เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด
ข้อ ๗ ในกรณีกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และยังไม่มีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้ ก.ตร. ประกอบด้วยกรรมการข้าราชการตำรวจเท่าที่เหลืออยู่ และให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
การสรรหาบุคคลเพื่อเสนอให้วุฒิสภาเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างลงตามวรรคหนึ่ง ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ ๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการสรรหาบุคคลเพื่อเสนอให้วุฒิสภาเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้ให้กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งดำรงตำแหน่งแทน หากมีวาระเหลืออยู่ไม่ถึงสองปีนับแต่วันดำรงตำแหน่ง ไม่ให้นับเป็นวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อ ๔
ข้อ ๘ ในกรณีที่มีปัญหาต้องตีความและวินิจฉัยตามกฎ ก.ตร. นี้ ให้เสนอ ก.ตร. พิจารณาคำวินิจฉัยของ ก.ตร. ให้ถือเป็นที่สุด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่