ในส่วนของการบริจาคร่างเป็นอาจารย์ใหญ่ให้กับโรงพยาบาลมหราชนครเชียงใหม่ นั้นต้องไปย้ำญาติก่อน เพราะไม่ได้อยู่ในการรับรู้ของญาติทุกคน คือไม่มีใครรู้ แต่ทางพ่อแรมไปบริจาคเอง ตอนพ่อแรมเสียก็ไปค้นในกระเป๋า จึงเจอเอกสารบริจาคร่าง ลูกหลานก็ไม่มีใครรู้ ทั่วไปหากจะบริจาคร่างควรบอกลูกหลานไว้ด้วย เมื่อถึงเวลาลูกหลานไม่ยอม ก็คือไม่ยอม ถือว่าเป็นตัวอย่าง กรณีของพ่อแรม คือพ่อเป็นคนที่ไม่อยากรบกวนใคร สาเหตุหนึ่งก็คือไปแล้วก็บริจาคร่างไปเลย ไม่เป็นภาระคนอื่นด้วย คงจะคิดแบบนี้จึงบริจาคร่างไป ซึ่งเรื่องนี้มีการยกเลิกได้
สำหรับการดูแลแม่อรพิน ตอนนี้ก็ยังมีลูกหลานคอยดูแลอยู่ และเงินที่เหลือจากงานศพโอ วรุฒ และให้ไว้ก็ยังมีอยู่ พ่อกับแม่ไม่ค่อยได้ใช้อะไร แต่เมื่อไม่มีคนดูแล แล้วก็คงเป็นเรื่องของทางครอบครัวของแม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร จะขายบ้านแล้วกลับไปอยู่ที่สำโรง จ.สมุทรปราการ หรือไม่ไปอยู่กับหลาน แต่ถ้าอยู่ตรงนี้ไม่มีใครดูแล หรือจะต้องดูว่ามีใครจะดูแล ตอนนี้ต้องดูว่าแม่ปุ๊ จะทำอย่างไร ซึ่งเชื่อว่าโอ ก็น่าจะรู้ว่าเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้ก็เหลือเป็นคนสุดท้ายของบ้านหลังนี้ และต้องดูแลกันต่อไป เพราะตอนนี้แม่ปุ๊ อายุก็ 80 กว่าปีแล้ว
เมื่อสอบถามถึงเรื่องการฝันถึงโอ วรุฒ นีโน่ บอกว่าไม่ได้ฝันอะไรถึงเลย แต่ก็มีอะไรเล็กๆ น้อยๆ อย่างกรณีอยู่กับเพื่อน ก็จะเหมือนมีความรู้สึกว่าโอ ยังอยู่ แต่เพื่อนๆ ก็จะรู้สึกไปพร้อมๆ กัน ซึ่งตนกับโอ และพ่อ แม่ก็สนิทกันมานาน ตั้งแต่ก่อนตนเกิด บ้านรู้จักกันตั้งแต่รุ่นพ่อมาจนถึงรุ่นลูก ซึ่งเป็นการดูแลกันมาตั้งนาน ตอนนี้พ่อก็ไปสบายแล้ว คงเหลือแม่อีกคน โอเขาก็ยังคงเป็นห่วงแม่อยู่ จากการที่สนิทกันแล้วไม่มีใครดูแลเขา คนที่มีศักยภาพพอในการที่จะดูแลกันก็ช่วยๆ กันดู จะเป็นเรื่องปกติ การให้อะไรแบบนี้สบายใจกับตัวเราเองด้วย ทำเท่าที่ทำได้ให้ดีที่สุด ถ้ามีโอกาสก็แวะมาร่วมงานได้ที่วัดเจ็ดยอด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป