รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินอย่างต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงเร่งสร้างพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร Smart Metro พัฒนาความมั่นคงปลอดภัยความสะดวกสบายให้แก่ประชาชน โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการสำคัญในการวางแผนงานระบบไฟฟ้าอนาคตเนื่องจากเป็นการก่อสร้างอุโมงค์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.6 เมตร อยู่ลึกประมาณ 30 เมตร ซึ่งประกอบด้วยอุโมงค์จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 จากสถานีต้นทางชิดลมไปยังสถานีย่อยลุมพินี เพื่อเชื่อมต่อระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้าจากสถานีต้นทางชิดลมไปยังสถานีย่อยต่างๆ และผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ เช่น สถานีย่อยลุมพินี สถานีย่อยปทุมวัน สถานีย่อยสามย่าน โครงการ One Bangkok เป็นต้น เส้นทางที่ 2 จากสถานีต้นทางชิดลมไปตามถนนสุขุมวิทจนถึงพื้นที่ย่านศูนย์การค้า Central Embassy เพื่อเชื่อมต่อระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้าจากสถานีต้นทางชิดลมไปยังสถานีย่อยต่างๆ และผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ เช่น สถานีย่อยพร้อมพงษ์ สถานีย่อยเอกมัย โครงการ Central Embassy เฟส 2 รวมมีความยาวของอุโมงค์ทั้งสิ้นประมาณ 1,800 เมตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มเส้นทางการจ่ายไฟฟ้าด้วยระบบสายไฟฟ้าแรงสูงใต้ดินให้ครอบคลุมพื้นที่ในเขตเมืองมหานครมากขึ้น จากปัจจุบันที่สามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 180 เมกะวัตต์ ให้สามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 1,025 เมกะวัตต์
ในด้านการก่อสร้างนั้น โครงการเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบันมีความคืบหน้าในการขุดเจาะอุโมงค์สำเร็จเป็นจำนวนระยะทางทั้งสิ้น 1,700 เมตร พร้อมทั้งดำเนินการก่อสร้างด้วยรูปแบบ Shielded Tunneling หรือการติดตั้งผนังอุโมงค์ได้ในคราวเดียวกัน และภายในปี 2562 คาดว่าจะสามารถขุดเจาะอุโมงค์แล้วเสร็จทั้งหมด จากนั้นจึงดำเนินการในขั้นตอนการติดตั้งอุปกรณ์รองรับการพาดสายไฟฟ้าแรงสูง การติดตั้งระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ภายในอุโมงค์ไฟฟ้า เช่น ระบบป้องกันความปลอดภัยในกรณีเกิดอุทกภัยด้วยระบบระบายน้ำ (Drainage pump system) และการก่อสร้างทางลงอุโมงค์ในระยะพ้นน้ำ (Freeboard) ในขนาดความสูง 1.20 เมตร รวมถึงติดตั้งระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย และระบบระบายอากาศเพื่อป้องกันเหตุเพลิงไหม้ จากนั้นจึงเชื่อมโยงระบบสายไฟฟ้าแรงสูงภายในอุโมงค์กับระบบศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า SCADA ของ MEA พร้อมกับเชื่อมต่อการจ่ายระบบไฟฟ้าระหว่างสถานีต้นทางบางกะปิถึงสถานีต้นทางชิดลม ขนาดแรงดัน 230 กิโลโวลต์ ต่อไป
สำหรับประโยชน์จากการดำเนินการโครงการเพิ่มเส้นทางการจ่ายไฟฟ้าด้วยระบบสายไฟฟ้าแรงสูงในอุโมงค์ขนาดใหญ่ครั้งนี้ นอกจากจะช่วยรองรับความต้องการการใช้ไฟฟ้าในย่านธุรกิจสำคัญใจกลางเมืองที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้กับระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ MEA ลดความเสี่ยงทางกายภาพที่อาจเกิดขึ้นกับสายไฟฟ้าแรงสูงบนพื้นดิน เช่น อุบัติเหตุ ตลอดจนลดผลกระทบจากพายุฝน หรือลมพายุในฤดูกาลต่าง ๆ รวมถึงยังรองรับการเชื่อมต่อสายไฟฟ้าแรงสูงกับโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนการเชื่อมต่อกับท่อร้อยสายไฟฟ้าที่ MEA ก่อสร้างร่วมกับเส้นทางรถไฟฟ้าในถนนเพลินจิต ถือเป็นการดำเนินการที่เชื่อมโยงครอบคลุมแบบบูรณาการทำให้เกิดประโยชน์และมีความคุ้มค่าในการลงทุนมากยิ่งขึ้น