3 ธ.ค.62 ที่ศาลจังหวัดพัทยา เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3537/2552 คดีที่ 13 นปช. ร่วมกันชุมนุม บุกรุกไปยังโรงแรม รอยัลคลิฟ บีช พัทยา ก่อความวุ่นวายขัดขวางการประชุมอาเซียน ซัมมิท ปี 2552 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับพวกรวม 18 คนเป็นจำเลย โดยระหว่างพิจารณามีจำเลย หลบหนี 3 คน ขณะที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง 2 คน นายธรชัย ศักดิ์มังกรจำเลยที่ 8 , พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ จำเลยที่ 14 ชั้นฎีกายกฟ้อง 1 คน คือนายสมญศฆ์ พรมภาจำเลยที่ 4
โดยวันนี้เป็นการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในส่วน พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ( พปชร.) จำเลยที่ 3 , นายสำเริง ประจำเรือ จำเลยที่ 6 และนายวรชัย เหมะ จำเลยที่ 13 ที่ได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การเดิมจากปฏิเสธ เป็นรับสารภาพ จากที่ก่อนหน้านี้ได้เลื่อนฟังคำพิพากษามาแล้วในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ส่วน นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง จำเลยที่ 1 ไม่ได้มาศาลตั้งแต่นัดอ่านคำพิพากษาครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ก.ย.62 ศาลจึงให้ออกหมายจับติดตามตัวมาฟังคำพิพากษาฎีกาคดีนี้ โดยปัจจุบันเชื่อว่าได้หลบหนีคดีไป เนื่องจากในนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาครั้งแรกที่มีจำเลยอื่นมาฟังนั้นผลคำพิพากษาฎีกา คือ พิพากษายืนจำคุกจำเลยคนละ 4 ปี ปรับคนละ 200 บาท
อย่างไรก็ดีวันนี้ ในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส. พปชร. จำเลยที่ 3 ไม่ได้มาศาล คงมีเพียงผู้รับมอบอำนาจและทนายความมาศาล โดยยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ด้วยเหตุผลว่า จำเลยที่ 3 เป็น ส.ส.อยู่ระหว่างการประชุมพรรค