โดยเดิมก่อนหน้านี้เห็นชอบร่วมกันจะจ่ายเฉพาะอัตราดอกเบี้ยทุก 5 ปี เริ่มคำนวณปี 2558-2562 เริ่มจ่ายปี 2563 โดยคิดในอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย ซึ่งพบว่าแต่ละรายจะได้คืนอัตราต่ำมากเช่น 20 บาท จึงเห็นชอบว่าควรจะคืนเงินประกันสำหรับผู้ที่จ่ายค่าไฟต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี หรือลูกค้าชั้นดี โดยเตรียมเสนอเรื่องนี้ให้กับ กกพ.พิจารณาดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะยื่นใช้ไฟใหม่ก็จะต้องจ่ายเงินค่าประกันการใช้ไฟเช่นเดิม
ทั้งนี้ ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคประชาชนของ กฟน.และ กฟภ.ติดมิเตอร์ประมาณ 22 ล้านราย คิดเป็นวงเงินรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท และปกติเมื่อมีการขอใช้ไฟกับการไฟฟ้าจะต้องวางเงินค่าประกันการใช้ไฟ 2,000-4,000 บาท/ราย ส่วนรายใหญ่ที่เป็นภาคอุตสาหกรรมนั้น การวางเงินประกันในรูปแบบอื่นๆ เช่นแบงก์การันตี จึงไม่เป็นปัญหาอะไร
ส่วนกรณีราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำปี 2562 จะมีผลต่อทิศทางค่าไฟตลอดปี 2563 มากน้อยเพียงใดนั้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีผลสะท้อนมายังราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งเบื้องต้นมีทิศทางขาลงเล็กน้อย แต่ยังต้องคำนึงถึงอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทและการใช้ไฟฟ้าภาพรวมด้วย เพราะหากการส่งออกได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ก็ทำให้ปริมาณใช้ไฟฟ้าต่อหน่วยลดลงย่อมมีผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าต่อหน่วยเพิ่มขึ้น