28 พ.ย. 62 - จากกรณี ส.ป.ก และกรมป่าไม้ลงพื้นที่รังวัดแนวเขต ส.ส.ปารีณา ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี วชิรวิทย์ เลิศบำรุงชัย รายงานว่า เวลาประมาณ 11.00 น.สปก.และ จนท.ป่าไม้ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแนวเขต ที่อยู่นอกที่ดินการครอบครองของ ส.ส.ปารีณา
นายวัฒนา มังธิสาร ผอ.สํานักจัดการแผนที่รักษาระบบที่ดิน สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี บอกกับเนชั่นทีวีว่า วันนี้ยังไม่ใช่การรังวัดที่ดิน แต่เป็นเพียงการรังวัดแนวเขตทั่วไปที่อยู่ในพื้นที่ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ ส.ป.ก. และที่กรมป่าไม้ มีชาวบ้านอยู่อาศัย
"การปักหมุด GPS เพื่อนำไปเปรียบเทียบ กับแผนที่แต่ละหน่วยงาน อยู่ว่าตรงกันหรือไม่ โดยนำข้อมูลค่าพิกัดเส้นแนวเขตที่ดิน มาประมวลผลให้ได้มาตราส่วนเดียวกัน จากนั้นจะนำไปใช้ในการรังวัดที่ดินของ น.ส.ปารีณาต่อไป"
ตัวแทน ส.ป.ก บอกว่า การรังวัดที่ของกรมป่าไม้ฝ่ายเดียว เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พบว่ารุกที่ป่า 46 ไร่ ส.ป.ก.ไม่สามารถยืนยันว่า เป็นที่ป่าทั้ง 46 ไร่ จึงต้องขอมาตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะอาจมีที่ของ ส.ป.ก.รวมอยู่ด้วย
จากข้อมูลเบื้องต้น ที่ดินที่ นางสาวปารีณา ถือครอง จำนวน 700 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นที่ของ ส.ป.ก. แต่เพื่อความถูกต้อง จึงต้องขอดูแบบเสียภาษีบำรุงท้องที่หรือใบภบท 5 ที่อบต.รางบัว ว่าในพื้นที่ทั้งหมดปรากฏชื่อของราษฎร รายใดถือครองแบบเสียภาษีบำรุงท้องที่อยู่บ้าง มีรายชื่อของ น.ส.ปารีณา หรือไม่
ด้าน แหล่งข่าวจากกรมป่าไม้ บอกเนชั่นทีวีว่ากรณีที่มีข่าวจะพยายามทำให้ที่ดินป่าสงวนฯ ที่ถูกบุกรุก เข้าอยู่ในส่วนของพื้นที่ ส.ป.ก. เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากแผนที่แนวเขตที่ดินไม่สามารถเปลี่ยนแปลวได้ แม้จะใช้มาตราส่วนที่แตกต่างกันระหว่างกรมป่าไม้กับ ส.ป.ก. รวมทั้งข้อกังวลว่าการวัดที่ดินครั้งใหม่จะทำให้เสียพื้นที่ป่าบางส่วนซึ่งวัดไปรอบแรกว่าบุกรุกจำนวน 46 ไร่ เพราะการตรวจวัดพื้นที่ค่อนข้างมีความแม่นยำ
กรมป่าไม้เข้ามารังวัดที่ดินครั้งนี้โดยใช้มาตรฐานกรมแผนที่ทหาร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและสามารถใช้หลักฐารประกอบทางคดี คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 วัน ก่อนสรุปพื้นที่ที่มีการบุกรุก