จากการที่ ธนชาตไม่ได้มีดีแค่ธนาคาร ทุนธนชาตซึ่งเป็นบริษัทแม่ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจธนาคารพาณิชย์เท่านั้น ยังผลักดันลูกอีกหลายบริษัทที่ธุรกิจมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลมายังความสามารถในการทำกำไรที่ยั่งยืนให้กับทุนธนชาต โดยโครงสร้างการลงทุนของทุนธนชาตในบริษัทต่างๆ หลังปรับโครงสร้างธุรกิจ จะประกอบด้วย ธนชาตประกันภัย 51% บล.ธนชาต 51 % ราชธานีลิสซิ่ง 65.2% (ถือผ่านนิติบุคคล เอสพีวี) บริษัทบริหารสินทรัพย์ เอ็นเอฟเอส 100%บริษัทบริหารสินทรัพย์ แม็กซ์ 83.4% บริษัทบริหารสินทรัพย์ ทีเอส 100% เอ็มบีเคไลฟ์ประกันชีวิต 51% อีกทั้งยังมีเงินลงทุนในบริษัทร่วม อย่าง เอ็ม บี เค และ ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี ในสัดส่วน 19.9% และ 19.6% ตามลำดับ
จะเห็นได้ว่าผลการดำเนินงานทุนธนชาตจะยังคงมีรายได้ที่ดีจากธุรกิจที่หลากหลายของบริษัทลูก สะท้อนจากผลการดำเนินงานปี 2561 ธนชาตประกันภัยมีกำไร 1,042 ล้านบาท ราชธานีลิสซิ่ง มีกำไร 1,641 ล้านบาท บล.ธนชาต มีกำไร 593 ล้านบาท บบส.ทีเอส มีกำไร 237 ล้านบาท บบส.แม๊กซ์ มีกำไร 201 ล้านบาท ในปี 2561 ทีแคปและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม จํานวน 15,806 ล้านบาท เติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของทีแคป 7,839 ล้านบาท เติบโต 11.97% จากปีก่อนหน้า
ล่าสุดไตรมาส 3 ปี 2562 สามารถโชว์ฟอร์มดีได้อีกครั้ง นำโดยธนาคารธนชาตและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ จำนวน 4,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 12.86% และเป็นกำไรสุทธิที่สูงเป็นสถิตินิวไฮ การดำเนินงานงวด 9 เดือน ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 11,296 ล้านบาท ในส่วนของทุนธนชาต และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 4,616 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของทุนธนชาต 2,472 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 573 ล้านบาท หรือ 30.17% จากไตรมาสก่อน ส่วนงวด 9 เดือน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของทุนธนชาต 6,387 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากกลยุทธ์ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นการเป็นธนาคารหลักของลูกค้า
ผู้บริหารทุนธนชาตยังเปิดเผยความสำเร็จที่นอกเหนือจากการลงทุนในธุรกิจการเงิน นั่นคือการลงทุนในธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่าง บมจ.เอ็มบีเค ที่ทุนธนชาตถือหุ้นเกือบ 20% ทำธุรกิจศูนย์การค้า โรงแรมและการท่องเที่ยว อาหาร กอล์ฟและอสังหาริมทรัพย์ ปี 2561 มีสินทรัพย์รวม 4.9 หมื่นล้านบาท มีกำไร 2,881 ล้านบาท เอ็มบีเคยังถือหุ้นสยามพิวรรธน์ ผู้นำในธุรกิจศูนย์การค้าของประเทศ 47.98 % มีศูนย์การค้าระดับแลนด์มาร์คทั้งไอคอนสยาม สยามพารากอน สยามดิสคัฟเวอรีและสยามเซ็นเตอร์
ด้วยกลยุทธ์ข้างต้น ส่งผลให้ทุนธนชาต หรือทีแคปจะยังเป็นกลุ่มการเงินที่เก่งในการปรับตัว สร้างแต้มต่อในวงการและสามารถขยับตัวได้เด็ดดวงทุกครั้ง คราวนี้ก็เช่นกัน นอกจากลงทุนอย่างไม่ลังเลหากเห็นโอกาส ขณะเดียวกันก็เก็บเงินสดและการลงทุนชนิดผลตอบแทนสูงเอาไว้เพื่อเตรียมความพร้อมในโอกาสใหม่ๆที่จะเกิดขึ้น ท่ามกลางกระแสโลกยุคดิจิทัล ดิสรัปชั่น ที่สำคัญเป็นการขยับขยายภายใต้การนำของคู่หูแห่งวงการ "บันเทิง ตันติวิท" และ "ศุภเดช พูนพิพัฒน์" การันตีความสำเร็จ