ยุคดิจิทัลดิสรัปชั่น ผลักดันให้องค์กรธุรกิจทุกอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว แน่นอนว่าโฟกัสหลักคือการลงทุนด้านไอที และปีนี้เทรนด์เทคโนโลยีที่มีอิทธิพลรุนแรงหนีไม่พ้น ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น รวมถึงเอไอ โดยภาคธุรกิจมุ่งใช้เพื่อช่วยสร้างการเติบโต ยกระดับการบริหารจัดการ พร้อมเพิ่มความได้เปรียบการแข่งขัน ทำให้กระบวนการทำงานเป็นไปอย่างอัตโนมัติ
นายธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี กล่าวถึงแนวโน้มด้านดิจิทัลที่น่าสนใจในประเทศไทยปี 2563 ว่า การทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นจะมีการเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่มองเรื่องเทคโนโลยีเป็นหลักจะกลายเป็นหันไปโฟกัสด้านการนำไปปรับใช้
โดยประเด็นสำคัญเช่น การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร การสร้างแผนกหรือหน่วยธุรกิจใหม่ การจัดการองค์กร การพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า รวมถึงการยกระดับความคิดของผู้นำ ฯลฯ
นอกจากนี้ องค์กรไทยจะตื่นตัวอย่างมากที่จะนำปัญญาประดิษฐ์(เอไอ) มาปรับใช้ในหลายมิติ, มีการดำเนินการใช้บิ๊กดาต้าอย่างเป็นรูปธรรม, มีการประมูลคลื่นความถี่พร้อมทั้งตื่นตัวและทดลองใช้เทคโนโลยี 5จี, บล็อกเชนจะมีการเริ่มต้นใช้งานจริงมากกว่าเรื่องของเงินดิจิทัล
เขากล่าวต่อว่า เทรนด์ที่น่าสนใจในปีหน้าต้องจับตามองเรื่อง เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี(NDID) ที่ใช้เพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ และขณะนี้ทุกภาคส่วนรอคอยว่าจะมาเปลี่ยนโฉมการระบุตัวตน นอกจากนั้นกระแสที่มาแรงคือไอทีซิเคียวริตี้และการป้องกันความปลอดภัยข้อมูล ความเสถียรของระบบ พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคล เทรนด์สุดท้ายฟินเทครวมถึงโมบายเพย์เมนท์จะมีการใช้งานแพร่หลายมากขึ้น