คุณจอย-ณัฏฐ์ชญามนต์ ดินรมรัมย์ คอลัมน์นิสต์ด้านอาหาร และเกษตร รวมถึงตอนนี้ยังทำงานประจำเป็น CEO ASSISTANT เเละเจ้าของแบรนด์สมุนไพรหอม "มาลีพฤกษ์" เล่าถึงที่มาของความหอมให้ฟังว่า "เพราะมีโอกาสได้เดินทางไปต่างจังหวัดอยู่บ่อยๆ ทำให้มีโอกาสสัมผัสและพบเจอกับวัตถุดิบสมุนไพรในท้องถิ่นหลายอย่าง ซึ่งในแต่ละชนิดก็จะมีรูปร่าง กลิ่น สี และสรรพคุณ แตกต่างกันไป อีกทั้งในแต่ละท้องถิ่นยังมีภูมิปัญญาในการนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ทั้งในเรื่องการปรุงอาหารหรือทำยาสมุนไพรที่มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะยาดมสมุนไพรนี่ชอบมาก ถือว่าเป็นของฝากที่ซื้อง่าย พกสะดวก ทำให้ถ้าเห็นที่ไหนต้องซื้อเก็บกลับมาใช้ดมระหว่างเดินทาง และเป็นที่ระลึกเกือบทุกครั้ง"
สมุนไพรหอมของมาลีพฤกษ์ในความตั้งใจของคุณจอย เป็นการทำให้เป็นธุรกิจชุมชนเพื่อช่วยเหลือ ผู้สูงอายุที่ว่างงาน หรือเรียกได้เป็นการช่วยเหลือสังคมของผู้สูงอายุเเละสามารถทำให้ผู้สูงอายุมีรายได้ในการทำสมุนไพรหอมของมาลีพฤกษ์เริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นของขวัญและของที่ระลึก
จากนักสะสมความหอมเมื่อได้ทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดต่างๆ เรื่อยมา ตอนนี้เธอจึงคิดต่อยอดส่งต่อความหอมให้เป็นของฝากแด่คนที่รัก จนเป็นที่มาของธุรกิจแบรนด์ "มาลีพฤกษ์" ในวันนี้ " ช่วงแรกที่เริ่มต้นทำสมุนไพรหอม คือการทำเพื่อแจกเพื่อนเป็นของขวัญปีใหม่ (ปี 2559) แต่ก็จริงจังมากถึงขั้นไปลงคอร์สเรียนเลย ตั้งแต่วิธีการสกัดสมุนไพร การผสมยาหม่อง ยาดม เพราะตั้งใจว่าถ้าเราให้เป็นของขวัญ ของชำร่วย หรือของที่ระลึกแจกใคร คนรับเขาต้องกล้าใช้กันจริงๆ เพราะเราเคยเห็นพวกยาดม ยาหม่องที่แจกทั่วไป คนที่ได้รับส่วนใหญ่เอาไปทิ้งไม่กล้าใช้ และไม่อยากให้ของเราเป็นแบบนั้น พอเราทำแจกก็ได้รับคำชมจากเพื่อนๆ ว่ากลิ่นหอมชื่นใจมาก ถึงขั้นเพื่อนให้สโลแกนว่า... จากสลดเป็นสดชื่น ซึ่งก็ทำให้เรารู้สึกดีมาก มันเหมือนเป็นการมอบความสุข บำบัดคนอื่นได้ด้วยกลิ่น "
ทำไมถึงใช้ชื่อว่า"มาลีพฤกษ์"
มาลีพฤกษ์ หมายถึง ขอเเยกเป็นทีหลังประโยคนะ มาลีหมายถึง "ดอกไม้"พฤกษ์หมายถึง "ต้นไม้" ด้วยที่มาของสมุนไพรไทยส่วนใหญ่นั้นมาจาก ดอกไม้ ต้นไม้ พืช เเละสิ่งสำคัญคือ มาลีคือชื่อเเม่ เราเลยใช้ชื่อเเม่ มานำหน้าเพื่อเป็นสิริมงคลถึงปัจจุบันแบรนด์"มาลีพฤกษ์" มีอายุเท่าไหร่เเล้ว
ในส่วนเเบรนด์"มาลีพฤกษ์" เราเริ่มมาประมาณ 2 ปี ช่วงเเรกๆคือการทำเป็นของฝากให้เพื่อนเเล้วเพื่อนเราชอบ ทำให้การโฆษณาปากต่อปาก (บอกต่อกันเพื่อนฝากซื้อ)
ทำไมถึงใช้ชุมชนเป็นฐานการผลิต
จริงๆมันเป็นความรู้สึกส่วนตัวมากกว่า ว่าบางทีเราไปเห็นตามที่ต่างๆ มันมีของดีเยอะมาก เช่น สมุนไพรต่างๆ เพราะประเทศเรามีสมุนไพรเยอะมาก เเละด้วยเกษตรกรทำสิ่งดีๆออกมาเยอะมาก เเต่สิ่งหนึ่งคือ เขาทำการขายไม่ปัง ไปไม่ได้ไกล เพราะเขาไม่มีการทำการตลาด ไม่ใช่พวกเขาทำไม่ได้นะ เขาทำได้ เเต่พวกเขาต้องทำหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน เขาทำไม่ได้ เราจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่เข้าไปทำการตลาดให้ เพื่อเพิ่มรายได้ให้เขา เพิ่มอาชีพให้สังคมดีและน่าอยู่ขึ้น