เวลาประมาณ 14.00 น. กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ และ โครงการ "วังจันทร์รวมรัก ปลูกผักแบ่งปัน"
ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชน และสนับสนุนการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริฯ ส่งผลให้เกิดการแบ่งปันผลผลิตขึ้นในชุมชน นอกจากเก็บผลผลิตไว้บริโภคเพื่อลดรายจ่าย ยังเกิดรายได้เสริมจากการจำหน่ายผักในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง
โดย ปตท. สนับสนุนพื้นที่ให้วางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2561 ภายใต้ชื่อ "ร้านผักวังจันทร์" ปัจจุบัน มีสมาชิกในโครงการฯ ทั้งสิ้น 78 ครัวเรือน และขยายผลสู่แปลงผักอาหารกลางวันของโรงเรียนในตำบลป่ายุบในจำนวน 3 โรงเรียน รวมทั้ง ทรงติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ บนพื้นที่ 154 ไร่ ที่ ปตท. ได้น้อมเกล้าฯ ถวาย
ซึ่งกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างศูนย์เรียนรู้ เผยแพร่ความรู้ด้านเกษตรสมัยใหม่ ให้แก่นักเรียนและผู้ที่สนใจ ทรงพระราชทานนามว่า "ศูนย์เรียนรู้เกษตรนวัต สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา" นอกจากนี้ ปตท. ได้ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สนับสนุนการทำเกษตรที่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในระบบการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและอาหารปลอดภัย ถ่ายทอดสู่ชุมชน ประชาชนทั่วไป และสนับสนุนการเรียนการสอนสาขาวิชาเกษตรนวัต โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ผ่านจุดเรียนรู้ "โรงเรือนต้นแบบ" ในศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ต่อมา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์เพื่อเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ภายใต้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ณ อาคารหอชมวิว ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพในเขตพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ และเห็นความก้าวหน้าในการก่อสร้างโครงการ EECi ซึ่งเป็นการพัฒนาระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สวทช. และ ปตท.
ซึ่ง ปตท. สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ในด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัย ในรูปแบบ Smart Natural Innovation Platform และ สวทช. จะพัฒนาและประสานความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างให้ EECi เป็นศูนย์กลางวิจัยพัฒนานวัตกรรม เสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติต่อไป
"ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. ได้มุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความยั่งยืน 3 ด้านอย่างสมดุล (หลัก 3P) คือ การทำธุรกิจควบคู่กับการการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดูแลชุมชน และสังคม (People) การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Planet) และเป็นฐานความมั่นคงแก่ภาคเศรษฐกิจและสังคมเติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน (Prosperity) ตลอดจนพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อก้าวสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0" นายชาญศิลป์ กล่าวในตอนท้าย