เนชั่นทีวี

ข่าว

เหยื่อลิขสิทธิ์ แฉถูกกักตัว9ชั่วโมง

10 พ.ย. 2562 | Ekkapon

เหยื่อลิขสิทธิ์ แฉถูกกักตัว9ชั่วโมง

เหยื่อลิขสิทธิ์โดราเอมอน เผยถูกสั่งสินค้าตามคำสั่งของลูกค้าแล้วถูกจับ กักตัวเกือบ 9 ชั่วโมง ขู่ขึ้นศาลติดคุก เรียกเคลียร์ ที่สุดต้องจำนำทอง 3 หมื่นแลกอิสรภาพ และกลับมานั่งสานตะกร้า เลี้ยงชีพต่อ โดยไม่แตะต้องภาพต่างๆ

วันที่ 10 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวได้ไปติดตามเหยื่อลิขสิทธิ์ที่ถูกล่อซื้อให้ผลิตสินค้าที่มีลวดลายลิขสิทธิ์ ก่อนที่เหยื่อจะตกหลุมพราง ผลิตสินค้าตามคำสั่งที่ต้องการแล้วนำไปส่งก่อนที่จะถูกรวบแล้วแจ้งข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ เรียกข่มขู่จนได้เงินไป 30,000 บาท เหยื่อกลัวติดคุกจำยอมต้องไปจำนำทองมาให้ แม้จะอุ้มลูกพิการวัย 5 ขวบร้องขอความเมตตาแล้วก็ตาม ในที่สุดก็ต้องจำยอมและกลับมานั่งสานตะกร้า เลี้ยงชีพต่อ โดยไม่แตะต้องภาพต่างๆกลัวไปละเมิดลิขสิทธิ์จะทำให้ติดคุก
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นางสาวคัคนางค์ เกตุวงษ์ อายุ 35 ปี เจ้าของร้านตะกร้าสานสุข อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ซึ่งมีบุตร 2 คน คนหนึ่งพิการเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง วัย 5 ขวบ และต้องหาเงินเลี้ยงดู โดยประกอบอาชีพนำเส้นพลาสติกมาสานเป็นตะกร้าหรือกระเป๋า เป็นสินค้าหัตถกรรมฝีมือ นำไปขายยังงานวัด หรืองานโอทอป ภายในอำเภอและยังได้โพสต์จำหน่ายทางเฟซบุ๊ก อีกทางหนึ่งด้วย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งทักมาทางเฟซบุ๊ก และแจ้งความประสงค์ต้องการให้สานเส้นพลาสติกเป็นรูปซองสำหรับใส่กระป๋องเยติ สำหรับเก็บความเย็นและใส่กาแฟ ขนาด 3 ออนซ์ โดยเน้นให้มีลวดลายเป็นรูปการ์ตูนโดราเอมอน จำนวน 20 ใบ ตกลงกันในราคาใบละ 80 บาท 

เหยื่อลิขสิทธิ์ แฉถูกกักตัว9ชั่วโมง


ทั้งนี้ ตนได้ทำการผลิตโดยนำรูปการ์ตูนโดราเอมอน ที่สั่งซื้อตามอินเทอร์เน็ตมาลอกแกะลาย แล้วนำไปทากาวแปะติดกับซองใส่กระป๋องเยติ ก่อนที่จะทากาวเคลือบให้ติดแน่นอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ผลิตตามจำนวนที่สั่ง 20 ใบ คงทำได้แค่เพียง 8 ใบ ซึ่งทางผู้สั่งก็บอกว่าไม่เป็นไรให้เอาลวดลายอื่นคละกันมาก็ได้ ให้ครบ 20 ใบ
ต่อมาช่วงเช้าของวันที่ 24 มิถุนายน ตนจะต้องไปสอนลูกค้าในการถักสานเส้นพลาสติกเป็นตะกร้าจำนวน 20 คน จึงนัดส่งมอบสินค้ากันที่ข้างธนาคารแห่งหนึ่งใน อ.พรานกระต่าย โดยมีผู้ชายวัยกลางคนนำเงินจำนวน 1,600 บาท มาจ่ายและก็นำสินค้าไป เพียงครู่เดียวมีชายคล้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 3-4 คนเข้ามาจับกุมและแจ้งข้อหาเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ก่อนที่จะนำตัวไปที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน

เหยื่อลิขสิทธิ์รายนี้ เปิดเผยว่าตั้งแต่ 08.00 น.จนถึงเวลา 16.30 น. ตนถูกกักตัวอยู่ในห้อง ถูกพูดจาหว่านล้อมให้เห็นถึงความผิดในการละเมิดลิขสิทธิ์และข่มขู่คดีนี้เป็นคดีอาญาที่ถูกจำคุกและปรับ หากคุยไม่จบ พร้อมกับบอกตัวเลขยอดประกันตัวตั้งแต่ 50,000-100,000 บาท จะยอมขึ้นศาลหรือจะยอมเจรจา ขณะนั้นรู้สึกตกใจมากเพราะกลัวจะติดคุก จึงได้ประสานญาติพี่น้องรวมทั้งสามี ซึ่งขณะนั้นมีเงินติดตัวอยู่แค่ 5,000 บาท กลุ่มที่อ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ก็ได้ถามว่ามีความสามารถหาเงินได้เท่าไหร่ ในที่สุดก็ได้ให้สามีนำทองที่เป็นทรัพย์สินสุดท้ายไปจำนำได้เงินมา 30,000 บาท ก่อนที่จะจ่ายให้กับคนกลุ่มนี้ไปซึ่งขณะนั้นก็พยายามที่จะนำโทรศัพท์มาถ่ายรูปเก็บไว้ แต่ก็ถูกห้ามบอกว่าไม่ถ่ายแล้วขอดูบัตรก็ไม่ให้ดูบอกว่าจะดูไปทำไม แล้วก็พูดจากดดันให้ไปเซ็นถอนแจ้งความเรื่องจะได้ไม่ไปถึงศาล ไม่ต้องไปติดคุก เป็นคำพูดที่น่ากลัวมากในขณะนั้น
เหยื่อรายนี้เปิดใจทั้งน้ำตาว่า สานตะกร้าได้แต่ละใบราคาก็ไม่กี่บาท โดยหักค่าใช้จ่ายเหลือกำไรใบละ 20 บาท นำกำไรมาเลี้ยงครอบครัวซึ่งลูกก็พิการ กล้ามเนื้ออ่อนแรงต้องนวด ต้องกินยา ต้องกายภาพบำบัดทุกเช้าเย็น หลังจากถูกจับลิขสิทธิ์แล้วแม้แต่เงินเติมน้ำมันรถจักรยายนต์ที่จะไปสอนก็ยังไม่มี ต้องหาหยิบยืม เพื่อนบ้าน ขณะถูกจับกุมขอเงินคืน 1,000 บาท เป็นค่าน้ำมันค่ากับข้าว พวกลิขสิทธิ์ก็ยังใจดำไม่ยอมให้ โดยบอกว่าคดีของน้อง 30,000 บาทนั้นน้อยสุดแล้ว

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนพยายามขอดูบัตรของคนกลุ่มนี้ ก็ถูกปฏิเสธ จะนำโทรศัพท์มาถ่ายคลิปเขาก็ไม่ยอมให้ถ่าย ตนก็ไม่ได้เอะใจถ้ารู้ว่าเป็นลิขสิทธิ์จะไม่ยอมทำอย่างเด็ดขาด แต่ที่ยอมทำก็เห็นว่ามีรูปลวดลายดังกล่าวนั้นอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง และที่ตนเรียนรู้วิธีการทำเส้นจากพลาสติกมาจากสานก็ศึกษามาจากเฟซบุ๊ก และยูทูป คนอื่นเขาก็ทำกัน ซึ่งก็ไม่ทราบลิขสิทธิ์และสินค้าก็หมดไปแล้วโดยนำไปขายที่หน้าสถานีตำรวจด้วยซ้ำ แต่มาครั้งนี้ไม่มีสินค้าแต่กลับถูกสั่งสินค้าตามออเดอร์ เมื่อนำไปส่งก็กลายเป็นคนทำผิดกฎหมายโดยการล่อซื้อ และหลังจากที่ถูกจับกุมแล้วรูปที่เป็นตุ๊กตาต่างๆที่คาดว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ ตนได้ทำลายทิ้งจนหมดเพราะกลัวจะติดคุกไม่มีใครเลี้ยงดูลูกที่พิการ
กระนั้น หลังจากตกเป็นข่าวก็มีผู้ใจดีสั่งสินค้าทางโทรศัพท์ และคนใน อ.พรานกระต่าย ต่างมาช่วยกันอุดหนุนและนอกจากนี้ทนายความชื่อดังก็ได้ประสานมาทางโทรศัพท์ สอบถามข้อมูลแล้วบอกว่าให้ใจเย็นๆจะดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรมให้ และท้ายสุดได้ฝากถึงปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ไปยังผู้ผลิตรายอื่นว่า ต้องศึกษารายละเอียดทางด้านกฎหมายให้ดีๆเพราะเราก็ไม่รู้ว่าตรงไหนเป็นลิขสิทธิ์ตรงไหนไม่เป็นลิขสิทธิ์ และเรื่องราวที่ถูกเปิดเผยในครั้งนี้ก็ต้องการให้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้อื่น เพื่อไม่ให้เสียเวลาและเสียเงินทองเหมือนตน

ข่าวล่าสุด