"แต่ถ้าหลักสากลแล้ว ถ้าเป็นกริ่งปวเรศทองคำ คนในวงการพระเครื่องเขาจะไม่ดูเลย ผ่านเลย เพราะถือว่าไม่มีบันทึกไว้ เฉพาะกริ่งปวเรศที่โชว์ที่วัดบวรฯ ถือว่าเป็นองค์ที่ดีที่สุด เป็นที่ยอมรับ ก็ยังเป็นเนื้อสำริด อย่าว่าแต่เนื้อทองคำเลย เนื้อสำริดหาแท้ ก็ว่ายากยิ่งแล้ว เนื้อทองคำเราไม่ต้องพูดถึง"
2.พระร่วงหลังรางปืน จ.สุโขทัย เลี่ยมทองคำ 2 บาท ปีที่ได้มา 2557 แจ้งมูลค่า 12 ล้านบาท เขาอธิบายว่า ถ้าพูดถึงในประเทศไทย คนที่ได้มามากที่สุด ไม่มีใครมีมากเท่าผม ตั้งแต่สะสมมาสมัยรุ่นๆ มาจนถึงทุกวันนี้ ที่เคยสัมผัสมาทั้งหมด ถ้าเป็นองค์ที่สวยที่สุด ไม่มีซ่อม และในวงการยอมรับ ยกย่องให้เป็นจักรพรรดินั้น ราคาซื้อขายล่าสุดประมาณ 4 ล้านกว่าบาท แต่ปกติจะมีตั้งแต่ 2 ล้านบาทลงมา ส่วนตัวเองมีอยู่ 2-3 องค์ หากได้ราคาแค่ครึ่งหนึ่งตามที่แจ้งไว้ก็คงดี" เขากล่าวกลั้วหัวเราะ
3.พระสมเด็จไกเซอร์ เลี่ยมทองคำ 2 บาท ปีที่ได้มา 2555 แจ้งมูลค่า 30 ล้านบาท เซียนพระผู้นี้ได้ย้อนประวัติศาสตร์ให้ฟัง โดยอธิบายก่อนว่า พิมพ์ไกเซอร์ คือ พิมพ์อกครุฑเหรียญบาตร แต่ที่เรียกพระสมเด็จไกเซอร์ เพราะสมัยก่อนรัชกาลที่5 ท่านพกติดตัวไปพบกับพระเจ้าไกเซอร์ เยอรมัน ที่มีบุญญาธิการ เรียกว่าพิมพ์ไกเซอร์ เพราะว่าพระเจ้าไกเซอร์เห็น "แสงวาบ" ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ คล้ายๆแสงปาฏิหาริย์ ทำให้พระเจ้าไกเซอร์ถามว่า นั่นคืออะไร รัชกาลที่ 5 ท่านก็หยิบออกมา บอกว่าเป็นพระสมเด็จ แล้วรัชกาลที่ 5 ท่านมาเล่าให้ข้าราชบริพาร หรือใครที่ติดตามไปก็เห็น จึงได้เรียกพิมพ์นี้ว่า "พิมพ์ไกเซอร์" ไม่ใช่ว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์โตท่านสร้าง แล้วระบุนี่คือว่า "พิมพ์ไกเซอร์" แต่จริงๆ พิมพ์ไกเซอร์คือ พิมพ์อกครุฑเหรียญบาตร
"ถ้าในวงการซื้อขายกันแบบสวยๆ เลย จะไม่เกิน 6-7 ล้านบาท ซึ่งมี 1-2 องค์ในวงการเท่านั้น แต่ถ้าทั่วไปสวยๆ ราคา 4 ล้านบาทลงมา"
4.พระพุทธชินราชใบเสมา เลี่ยมทองคำ 2 บาท ปีที่ได้มา 2557 แจ้งมูลค่า 2.54 ล้านบาท "ต้อย เมืองนนท์" ชี้ให้เห็นว่า ถ้าเป็นพระของแท้สวย ราคาจะเป็นจริงที่ประมาณนี้ แต่ราคาที่ 2 ล้านกว่าบาทต้องเป็นพระที่อยู่ในขั้นดี เกรดเอ ซึ่งรุ่นนี้จะมีตั้งแต่ราคาหลักแสนบาทขึ้นไป
5.พระสมเด็จวัดระฆัง เลี่ยมทองคำ 1 บาท ปีที่ได้มา 2558 แจ้งมูลค่า 40.02 ล้านบาท เขาบอกเช่นกันว่า ถ้าเป็นของแท้สวยๆ เป็นองค์ที่ดังในวงการที่มีชื่อเสียง พอควักออกมาก็รู้ประวัติเป็นอย่างไร ราคา 40 ล้านบาทตามที่แจ้งไว้ถือว่าถึง