ความคืบหน้าหลังศาลจังหวัดสุพรรณบุรี อนุมัติหมายจับ น.ส.วิจิตรา คล้ายอุบล หรือ มิ๊ง อายุ25ปี ผู้ต้องหาที่โกงเงินลูกแชร์กว่า 300 ราย คล้ายแชร์แม่มณี มูลค่า200-300ล้านบาท ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันนำเข้าข้อมูลสู่คอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือ ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูล อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชาชน
ทีมข่าวเนชั่นทีวีลงสำรวจร้าน น้องปริมโมบาย ซึ่งเป็นร้านของ นส.วิจิตรา ตั้งอยู่ที่หมู่4 ต.มะขามล้ม อ.บางปลาม้า พบว่าถูกตำรวจกั้นเป็นพื้นที่ห้ามเข้าพูดคุยกับผู้ที่อาศัยอยู่เล่าว่า ผู้ต้องหา ย้ายของหนีไปตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ขนข้าวของโทรศัพท์ ทรัพย์สินภายในร้านไปจนหมด โดยเพื่อนข้างร้านเเฉว่า นส.วิจิตรา ไม่ค่อยสุงสิงกับคนที่อยู่ข้างๆ ร้านเนื่องจาก ทำตัวไฮโซ ใส่ทองเส้นใหญ่ มีรถยนต์ป้ายแดงมาจอหลายๆ คัน ชอบคุยโอ้อวด ใช้ชีวิตหรูหรา โดยร้านมือถือน้องปริมเป็นชื่อลูกเปิดมาได้ 2 เดือน ช่วงเปิดร้านกินเลี้ยงโต๊ะจีนใหญ่โต
คนในละเเวกเดียวกันที่อยู่ใกล้ ร้านมือถือ ก็ถูกโกงไปหลายราย เหยื่อบางราย ไปกู้หนี้นอกระบบ คนละเเสน เพื่อนำเงินมาลงทุนออม กับ นส.วิจิตรา หวังได้ดอกเบี้ยสูงเอากำไรไปจ่ายเงินกู้นอกระบบ ต้องมาถูกโกงเป็นหนี้ซ้ำซ้อน
ทีมข่าวเดินทางไปที่บ้าน ดอนไข่เต่า หมู่ที่8 ต.วัดโบสถ์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณ หลังจากที่มีผู้ให้ข้อมูลว่ากำลังต่อเติมตกแต่งต่อเติมบ้าน พบว่าบ้านแม่ของ นส.วิจิตรา ถูกปิดเงียบและขนย้ายข้าวของหนี พบเพียงบ้านญาติพี่น้องที่เปิดบ้านอยู่ นั่งวงสนทนาเพราะเพิ่งเสร็จจากงานแต่งงาน
ญาติของนส.วิจิตรา เปิดเผยว่า ถูกหลอกให้ลงทุนเล่นแชร์ เสียหายไปหลายล้าน นาย ดำ นามสมมุติ ญาติของ นส. วิจิตรา ยืนยัน ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจให้หลานโกง และอยากรู้เหมือนกันว่า หลานเอาทรัพย์สินไปว้ไหนหมด ทำเสียชื่อวงศ์ตระกูล และต้องรับหน้าแทน เพราะลูกแชร์ แห่เข้ามาทวงเงินที่บ้าน ถึงขั้นเอาปืนมายิงขู่ เวลานี้ไม่สามารถติดต่อ วิจิตราได้ อยากให้เข้ามอบตัวสู้ความจริง และเอาทรัพย์สินมาคืนผู้เสียหาย ให้พี่น้อง รู้ความจริง มีคนบุกมาที่บ้านถึงบ้านถึงยิงปืน
นอกจากนี้คนในละเเวกหมู่8 บ้านแม่ของนางวิจิตรา ก็เพิ่งจะร่วมวงแชร์ออมเงินในเดือนแรกแต่ก็ถูกโกง ไม่ได้คืนทั้งต้นและดอกเบี้ย นอกจากนี้ นส.วิจิตร ยังเปิดร้านชานมไข่มุกแห่งหนึ่งในเมืองสุพรรณบุรี