สำหรับ การประชุม กนง. ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ถือเป็นการประชุมครั้งที่ 7 ในรอบปี 2562 ขณะที่ นักวิเคราะห์ เริ่มประเมินว่า มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะเห็น กนง. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 1 ครั้งภายในปีนี้
"สมประวิณ มันประเสริฐ" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประเมินว่า หากการประชุมรอบนี้ กนง. ยังไม่ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ก็คงจะมีการปรับลดในการประชุมรอบหน้า(18ธ.ค.) อย่างแน่นอน สาเหตุเพราะเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงค่อนข้างมาก ทำให้ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลังจำเป็นต้องเข้ามาดูแลเพิ่มเติม
"คิดว่าภายในสิ้นปีนี้คง "ลง" อีกครั้งแน่นอน ซึ่งอาจเป็นครั้งนี้หรือครั้งหน้าก็เป็นได้ สาเหตุทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายใน โดยภายนอกเป็นเรื่องการค้าโลกที่ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลง ไอเอ็มเอฟ(กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) ก็ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจลงเกือบทุกประเทศ และธนาคารกลางขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วโลกก็ออกมาปรับลดดอกเบี้ยลง สร้างแรงกดดันต่อดอกเบี้ยไทย"
สำหรับปัจจัยภายใน แม้กระทรวงการคลังจะออกมาตรการดูแลเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ทำได้เพียงประคับประคองไม่ให้ชะลอตัวลงแรง คำถามสำคัญ คือ เมื่อเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่า 3% ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) เริ่มเพิ่มขึ้น ถึงเวลาหรือยังที่รัฐบาลจะต้องออกมาตรการที่เป็นลักษณะ "กระตุ้น" เศรษฐกิจจริงๆ ไม่ใช่เพียงประคับประคอง และมาตรการทางฝั่งกระทรวงการคลังควรต้องสัมพันธ์กับฝั่งของนโยบายการเงินด้วย
นายสมประวิณ ย้ำว่า หากกระทรวงการคลังไม่กล้าออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเกรงว่าจะสร้างภาระการคลังในอนาคต ซึ่งประเด็นนี้อยากให้คิดในมุมกลับกันว่า ถ้ากระทรวงการคลังไม่ออกมาตรการดูแลเพิ่มแล้วทำให้เศรษฐกิจชะลอลง เมื่อเศรษฐกิจชะลอ กระทรวงการคลังอาจเก็บรายได้ ได้น้อยลง ถึงตอนนั้นก็จะเป็นภาระการคลังอยู่ดี