ทั้งนี้จากการสอบปากคำผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดจริงและ ทำเพียงคนเดียว และมีความสนในอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีตั้งแต่เด็ก และไม่ได้ทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่ในชิมชอปใช้เฟส 1 ก็เข้ามาดำเนินการบ้างแล้ว แต่ก็ทำไม่สำเร็จเช่นกัน โดยมีข้อมูลหลักฐานทั้งสองครั้ง
สำหรับลักษณะการเข้ามาดำเนินการ ของผู้ต้องหารายนี้ คือการใช้ชุดคำสั่ง ที่โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊ก ชื่อว่า อันเดอร์สต็อก จากนั้นก็โพสต์เชิญชวนว่า หากเข้ามาลงทะเบียนไว้ในโปรแกรมนี้จะทำให้ลงทะเบียนได้เร็วขึ้น เมื่อมีประชาชนเข้ามาในชุดคำสั่งนี้ ก็นำโรบอทที่เขียนโปรแกรมไว้ กับประชาชนที่เข้ามาลงทะเบียนในชุดคำสั่ง นำมาจองพื้นที่ในการลงทะเบียนระบบชิมชอปใช้ จึงทำให้ระบบหลักมีความล่าช้า โดยบอท 1 ตัวจะเท่ากับจำนวนคน 400 คน ครั้งนี้บอทประมาณ 50,000 ตัว ก็เท่ากับว่าจะทำให้มียอดลงทะเบียน 20 ล้านคน
ส่วนที่ทำไปเพื่ออะไรนั้น เบื้องต้นคาดว่า น่าจะเข้ามาหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ จากการจองโควต้าชิมชอปใช้ และหากทำสำเร็จก็อาจถูกนำไปใช้ในการ ต่อรองผู้เสียหาย / ขายพื้นที่จับจองในระบบ หรือหักเปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง และนอกจากกรณีนี้แล้ว ยังพบว่า ผู้ต้องหา มีอย่างน้อยอีก 2 เว็บไซต์ ที่มีพฤติการณ์ใกล้เคียงกันด้วย