28 ต.ค. 62 - นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย บอกว่า การตัดสิทธิ GSP ของสหรัฐส่งผลกระทบต่อสมาชิกต่อผู้ประกอบการที่ส่งออกอาหารแช่แข็งเพียงเล็กน้อย เนื่องจากในบรรดา 573 รายการ มีรายการที่ไทยส่งออกเพียง 3-4 รายการเท่านั้น เช่น อาหารแปรรูปพร้อมทานแช่แข็งที่มีกุ้ง ปลาหมึก หอย ปลาซาร์ดีน ซึ่งสหรัฐนำเข้าเพียง 570 ตันเท่านั้น ปลาทูน่าซึ่งส่วนใหญ่เราส่งออกแต่แพ็คเล็ก ไม่โดนตัดสิทธิ์ เป็นต้น ส่วนกุ้งมีอัตราภาษีที่สูงอยู่แล้ว นอกนั้นพวกเครื่องครัว เครื่องดนตรี ไม่ใช่สินค้าส่งออกของไทย โดยในวันพรุ่งนี้ (29 ต.ค. 62) เตรียมนัดประชุมสมาชิกในสมาคมเพื่อลงรายละเอียดสินค้าในแต่ละรายการที่โดนตัดสิทธิ์ เพื่อหาแนวทางในการแก้ไข
หากมาดูดุลการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ จะพบว่าสหรัฐเสียเปรียบดุลการค้ากับไทยอยู่ถึง 2 หมื่นล้านบาท ก็อาจเป็นที่มาที่ทำให้สหรัฐ ต้องมีมาตรการทางภาษี กับไทย
สำหรับสิทธิ GSP เป็นสิทธิทางภาษีที่ให้ตามความพึงพอใจ หากย้อนไปในอดีตไทยกับสหรัฐมีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งทางด้านการเมือง และการทหาร แต่เราก็ใช้สิทธิพิเศษทางภาษีเหล่านี้เพียง 60% แต่ก็นับว่าไทยได้ GSP อันดับที่ 2 รองจากอันดับหนึ่งคือประเทศอินเดีย
ส่วนการแบนสารเคมี 3 ชนิดไม่อยากเกี่ยวโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะไม่ได้มีระบุในจดหมาย แต่การแบนสารเคมีเกษตร ก็เป็นสิทธิ์ของประเทศไทยเช่นกัน ส่วนเหตุผลที่ระบุในการตัดสิทธิ์ GSP คือเรื่องสิทธิเสรีภาพแรงงาน ตนทำงานเกี่ยวกับเรื่องมาตรฐานแรงงานใน สนช.เห็นว่า รัฐบาลชุดนี้การแก้ไขปัญหาแรงงานให้เข้าตามมาตรฐานสากลมาโดยตลอดและยืนยันว่าแรงงานไทยและต่างด้าวมีสิทธิเสรีภาพและสวัสดิการที่เท่ากัน
สำหรับสถานการณ์การส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งปัจจุบันยังถือว่าติดลบ ด้วยขีดความสามารถทางการแข่งขันที่ลดลง จากปัจจัยเรื่องค่าแรงขั้นต่ำที่สูงขึ้น และค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่รัฐบาลควรแก้ไขเร่งด่วน