ด้วย นายอภิชัย จันทรเสน ผู้รับมอบอำนาจ ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิรักษ์ป้าน่าน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ข้อ ๔, ๔๑ และ ๔๕มีใจความ ดังนี้
ข้อ ๔ มูลนิธิมีวัตถุประสงค์ เพื่อการสาธารณกุศล การศึกษา และวิทยาศาสตร์ รวมถึงการดำเนินการดังต่อไปนี้
๔๑ สนับสนุนงานตามเป้าหมายของโครงการรักษ์ปน่าน อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่มหาชนชาวไทย
๔๒ สนับสนุนการดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหาด้านที่ดิน ป้ไม้ และการใช้ประโยชน์พื้นที่จังหวัดน่าน ตามเป้าหมายของการบริหาร เพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในรูปแบบการพัฒนและการรังสรรค์นวัตกรรม
๔๓ จัดหาเงินทุนสนับสนุนการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตการเกษตรและการเลี้ยงชีพในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน
๔๔ สนับสนุนการปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรเชิงเดี่ยว ไปสู่การผลิตหรืออาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีรายได้เพียงพอและยกระดับคุณภาพชีวิต
๔๕ สนับสนุนการฝึกอบรม ศึกษา คันคว้ วิจัยและพัฒนาเพื่อสนับสนุนในงานของม.รปน.สธ.
๔.๖ ทำการเป็นที่ปรึกษาในการดำเนินงานฝึกอบรม ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนาเพื่อสนับสนุนในงานของโครงการรักษ์ปาน่านฯ
๔๗ คำเนินการหรือร่วมมือกับองค์กรการกุศล และองค์กรสาธารณประโยชน์อื่นเพื่อการศึกษา และวิทยาศาสตร์ อาทิ (ก) ความก้าวหน้าทางการศึกษาและวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับการใช้ที่ดิน การเกษตร และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมและชุมชนอันเป็นผลมาจากพัฒนาการดังกล่าว (ข) การสนับสนุนวัฒนธรรมและชุมชนในระหว่างการเปลี่ยนแปลง และการป้องกันความเสื่อมโทรมอันเป็นผลมาจากการใช้ที่ดิน การเกษตรและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสนับสนุนด้านการฝึกอาชีพ การพัฒนาความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิต (ค) การสนับสนุน ด้านนวัตกรรม และการประยุกต์ใช้เพื่อการจัดการที่ยั่งยืนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนการปฏิบัติการเพื่อการใช้ที่ดินและการเกษตร(ง) การจัดสงินทุนไปยังองค์กรการกุศล การศึกษา และวิทยาศาสตร์อื่นๆ ที่จัดตั้งเป็นการเฉพาะ
๔๘ ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง รวมถึง ไม่กระทำการใด ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับหรือมีผลระทบต่อการออกฎหมาย และไม่ข้าร่วม หรือแทรกแชง (ซึ่งรวมถึงการออกและแจกจ่ายถ้อยแถลงการณ์) การรณรงค์หรือต่อต้านผู้สมัครรับเลือกตั้งใด ๆข้อ ๔๑ ถ้ามูลนิธิต้องล้มลิกไปโดยมติของคณะกรรมการ หรือโดยเหตุใดก็ตาม ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่มูลนิธิชัยพัฒนา ตราบใดที่มูลนิธิชัยพัฒนายังคงสถานะการเป็นมูลนิธิเพื่อการกุศ โดยที่มูลนิธิชัยพัฒนาจะต้องไม่ (ก) ยกให้หรือแจกจ่ายผลประโยชน์ใด ๆให้แก่สมาชิก ผู้ดูแลทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่หรือปัจเจกชนผู้ใด ( คำเนินกิจกรรมอย่างใด ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับหรือมีผลกระทบต่อการออกกฎหมาย (ค เข้าร่วม หรือแทรกแชง ซึ่งรวมถึงการออกและแจกจ่ายถ้อยแถลงการณ์) การรณรงค์หรือต่อตันผู้สมัครรับเลือกตั้งใด ๆ
อนึ่ง หากมูลนิธิชัยพัฒนาเลิกดำเนินการ หรือไม่สามารถรับโอนทรัพย์สินได้ ให้โอนทรัพย์สินของมูลนิธิไปให้แก่องค์กรอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสาธารณกุศล ภายใต้วิธีการที่กฎหมายกำหนดและตามข้อกำหนดของข้อบังคับฉบับนี้
ข้อ ๔๕ มูลนิธิต้องไม่ดำเนินการแสวงกำไรและผลประโยชน์ และนำรายได้มาแบ่งปีนให้แก่บุคคลใดเป็นการส่วนตัว ซึ่งรวมถึงผู้ดูแลทรัพย์สิน หรือเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ นอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิอง วันแต่ป็นกาจ่ายคตอบแทนที่สมเหตุผลให้แกผู้รับจ้างใด ๆ และจ่ายค่าตอบแทนตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวไว้
นายกทะบียนมูลนิธิกรุงเทมหานคร ได้จดทะบียนแก้ไขพิมติมข้อบังคับของมูลนิธิยนี้แล้วตั้งแต่วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๒
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตร ๑๒๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
ฉัตรชัย พรหมเลิศ
ปลัดกระทรวงมหาดไทย
นายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร