สำทับด้วยอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อรรถสิทธิ์ พานแก้ว ที่อธิบายว่า การเลือกตั้งซ่อมไม่เหมือนกับการเลือกตั้งทั่วไป แม้การเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่จะมีกระแสแรง ทว่าแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งซ่อมรอบนี้พุ่งเป้าโจมตีรัฐบาล และหวังจะชนะเพื่อเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง แต่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นแล้วว่า จากการที่อนาคตใหม่ได้เข้าไปทำงาน ก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากเดิม ดังนั้นทางออกจึงไม่มี โมเมนตั้มไม่เปลี่ยน
นอกจากนี้ ปัจจัยทำให้อนาคตใหม่พ่ายแพ้ เนื่องด้วยพลังประชารัฐเทคะแนนให้แต่ใช่ว่าจะทั้งหมด และรอบนี้พลังประชารัฐหลีกทางไม่ส่งตัวผู้สมัครลง อีกทั้งยังเป็นศึกศักดิ์ศรีของตระกูลสะสมทรัพย์ จึงใช้ยุทธศาสตร์ทั้งหมดที่มีเพื่อให้ได้รับชัยชนะ ที่สำคัญในการหาเสียงตลอดมา อนาคตใหม่ชูแต่พรรค ต่างจากชาติไทยพัฒนาที่ชูตัวผู้สมัคร
ส่วนปัญหาภายในอนาคตใหม่ที่กำลังเป็นประเด็น อาจารย์อรรถสิทธิ์ มองว่า ไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้คะแนนเลือกตั้งครั้งนี้น้อยลง เพระดูจากตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์สูงถึง 63%
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อนาคตใหม่ปราชัยในพื้นที่อำเภอสามพราน มีการตั้งข้อสังเกตไปถึงช่วงคัดเลือกว่าที่ผู้สมัครแทน จุมพิตา จันทรขจร ที่ได้ลาออกหลังประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ มีประเด็นเรื่องที่คณะกรรมการคัดเลือกตัวผู้สมัครของพรรค ไปพาดพิงแคนดิเดตอันดับสอง คือ ปภัสรินทร์ ชาตรีธีรสวัสดิ์ ดีกรีสะใภ้นักการเมืองท้องถิ่นจังหวัดนครปฐม ว่าจ่ายเงินหวังล็อบบี้สมาชิกให้ลงคะแนนเพื่อให้ได้รับเลือกเป็นผู้สมัคร ส.ส. เรื่องนี้ทำให้เกิดแรงเหวี่ยงและความขัดแย้งกับผู้สนับสนุนพรรคในพื้นที่ด้วยกันเอง ทำให้คะแนนของพรรคอนาคตใหม่ลดลง แล้วไปเพิ่มที่นายเผดิมชัย