ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพิมพ์ลายนิ้วมือนายรชฏหวังกิจเจริญสุขอายุ24ปีนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงจังหวัดนครปฐมในวันพรุ่งนี้ในข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้ายังสอบสวนนายนันทวัฒน์กมลรัมย์อยู่ในห้องรองผกก.สอบสวนต่อ
ล่าสุดบรรยากาศบริเวณด้านหน้าสภ.พุทธมณฑลเริ่มมีชาวบ้านที่ทราบข่าวได้เข้ามาปักหลักรอเพื่อที่จะขอดูหน้านายรชฎซึ่งนายกฤษดาเผ่าพงษ์อายุ33ปีชาวศาลายาบอกว่าอยากจะมาดูหน้าคนที่ดูถูกคนไทยซึ่งตรงนี้จะบอกว่าหากไม่อยากเป็นคนไทยให้ย้ายออกไปอยู่ต่างประเทศได้ซึ่งยิ่งดึกยิ่งมีจำนวนคนมาเพิ่มขึ้นจาก4-5คน เป็น80-100คนโดยประชาชนล้นไปถึงริมถนนหน้าสภ.พุทธมณฑลและแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนในห้องสอบสวนเมื่อสอบปากคำเสร็จสิ้นพนักงานสอบสวนได้ทำการพิมพ์ลายนิ้วมือและได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายรชฎในข้อหาในมาตรา393ผู้ใดดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณาต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ[อัตราโทษแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา6แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่22)พ.ศ. 2558]
โดยบิดาของนายรชฎบอกว่าบุตรชายได้ไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่6ขวบและเพิ่งกลับมาจากประเทศฝรั่งเศสประมาณ1ปีคงไม่ชินกับประเทศไทยและเป็นคนรักรถมากและไม่ได้กล่าวอะไรมากนักในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าวโดยได้รับกับพนักงานสอบสวนว่าลูกชายมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเคยได้รับการรักษาอาการที่โรงพยาบาลมนารมย์บางนาซึ่งตอนนี้ได้ยังรับประทานยาESIDEP 10 Mgโดยได้เอามาแสดงต่อหน้าผู้กำกับการตำรวจสภ.พุทธมณฑลซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีการส่งตัวไปที่ศาลแขวงเพื่อส่งดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไปโดยหากไม่มาจะมีการออกหมายจับกุมทันที