วันนี้ (22 ต.ค. 62) นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้ดำเนินการจัดสัมมนาโอกาสและความท้าทายของไทยในการเจรจาการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งกรมได้ดำเนินการจัดสัมมนาตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมโดยเชิญผู้มีส่วนได้เสีย 4 กลุ่มมาให้ความเห็น ประกอบด้วยภาคเอกชน ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มผู้บริโภค องค์กรภาคประชาชนรวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 ครั้ง
ล่าสุดกรมได้เปิดรับฟังความในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างมาก เพราะปัจุบันไทยต้องเผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทั้งจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ความไม่แน่นอนในสถานการณ์การแยกตัวออกจากอียูของอังกฤษ (เบร็กซิท) แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในของไทยแต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยไทยมีมูลค่าส่งออกประมาณ 70% ของจีดีพี
รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญในการขยายโอกาสทางการค้าทั้งการค้าสินค้าและบริการ รวมทั้งการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศมาที่ไทยซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน และสร้างรายได้ให้ประชาชน ทั้งนี้ การเจรจาจัดทำเอฟทีถือเป็นเครื่องมือหนึ่งเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว และรัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายผลักดันการเจรจาในกรอบต่างๆ เช่น RCEP FTA ไทย-ศรีลังกา ไทย-ปากีสถาน ไทย-ตุรกี รวมถึงการพิจารณาเข้าร่วมความตกลง CPTPP และการฟื้นการเจรจา FTA กับอียู
"การฟื้นการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับอียูถือเป็นภารกิจสำคัญ และเนื่องจากอียูเป็นแหล่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง ประโยชน์ที่ไทยคาดหวังจะได้รับจากความตกลงฉบับนี้ นอกเหนือจากการผลักดันให้อียูลดหรือยกเลิกมาตรการอุปสรรคทางการค้าที่มีอยู่ระหว่างกันให้มากที่สุด คือโอกาสในการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างงาน สร้างรายได้ และโอกาสในการเสริมสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมของไทย"
อย่างไรก็ดี ความตกลงเอฟทีเอของอียูกับประเทศคู่ค้าต่างๆ มีมาตรฐานในระดับสูง ทั้งด้านการเปิดตลาด และกฎระเบียบการค้า รวมถึงมีกรอบกว้างขวางครอบคลุมประเด็นการค้าใหม่ๆ เช่น นโยบายการแข่งขันทางการค้า การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การยกระดับความคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและแรงงาน และทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น การสร้างความตระหนักรู้เรื่องโอกาสและความท้าทายจากการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ในการให้ความเห็นและข้อเสนอแนะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การเตรียมการฟื้นเจรจา FTA ไทย-อียู เป็นไปด้วยความรอบคอบบนฐานข้อมูลที่รอบด้าน